เว็บประกาศขายสินค้าแนว เว็บบอร์ด เข้าไปใช้บริการฟรี มีสินค้าอะไร อยากโปรโมท อยากขายสินค้า แบบฟรีๆ

10 ข้อ รับบริการศูนย์บริการอีซูซุชัยนาทและอีซูซุอุทัยธานี ดีกว่าอู่ซ่อมรถอย่างไร


1.อะไหล่แท้คู่ตัวมีอายุการใช้งาน 3 เท่าและถูกกว่าอะไหล่เทียม มีส่วนลดให้และรับประกันการซ่อม 6 เดือนหรือ 10,000 กม ที่ศูนย์บริการอีซูซุชัยนาทและอีซูซุอุทัยธานี  
สอบถามราคาอะไหล่และส่วนลด โทร 088- 2783826

2.ราคาค่าแรงการซ่อมคิดเป็นนาที ในอัตราความเป็นจริงจากระบบคอมพิวเตอร์ ไม่คิดราคาเหมาแบบอู่ซ่อมรถ

3.ให้บริการการซ่อมโดยช่างชำนาญรถอีซูซุซึ่งผ่านการอบรมทุกคนไม่น้อยกว่า 5-10 หลักสูตรจากบริษัทตรีเพชรสำนักงานใหญ่ตลอดทุกปี

4.ศูนย์บริการอีซูซุชัยนาทและอีซูซุอุทัยธานีเท่านั้นสามารถทำเคลมอะไหล่ของรถอีซูซุทุกโชค์รูมในระยะประกันได้

5.ใช้เครื่องมือพิเศษ Tech 2 เครื่องมือวิเคราะห์อาการเสีย สำหรับรถยนต์ isuzu d-max commonrailมีใช้งานที่ ศูนย์บริการอีซูซุชัยนาทและอีซูซุอุทัยธานีมีฟังก์ชั่นหรือซอพแวร์ซึ่งพัฒนา ให้ใช้งานสำหรับรถอีซูซุโดยเฉพาะ

6.เครื่องมือเทคโนโลยีอัจฉริยะ อีซูซุอินไซต์ ช่วยตรวจสอบการขับขี่ของผู้ใช้รถ ยังทำการวิเคราะห์ถึงข้อดี-ข้อเสียได้อย่างแม่นยำทั้งด้านความประหยัดน้ำมัน และความปลอดภัยได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

7.สำหรับรถใหม่ที่ซื้อจากอีซูซุชัยนาท และอีซูซุอุทัยธานี เข้ารับบริการครั้งแรกที่เข้าศูนย์ จะได้ส่วนลดค่าอะไหล่และค่าน้ำมัน 10 % ส่วนในการบริการครั้งต่อไปทุก 6 เดือน จะได้ส่วนลดเป็น 15 % ฟรีค่าแรง และรับส่วนลดน้ำยาล้างแอร์ 10 % พร้อมรับของกำนัล

8.บริการจัดหาอะไหล่อุบัติเหตุอีซูซุ คู่ตัวจากโรงงานให้กับ อู่ซ่อมตัวถังและพ่นสี ในเคลือของบ.วิริยะประกันภัยฯ ,บ.สินมั่นคงฯ,บ.ศรีเมือง ฯ,บ.ธนชาติประกันภัยฯ และอื่น ๆ

9.มีห้องพักไว้บริการลูกค้าที่เข้าศูนย์บริการ พร้อมเครื่องดื่มและขนม

10.นัดหมายล่วงหน้าเข้ารับบริการ ศูนย์บริการเปิดเวลา 08.00น-17.00น.(จ.-ส.)บริหารเวลาของคุณเองได้อย่างใจ สะดวก รวดเร็วไม่ต้องรอคิวด้วยบริการนัดหมายล่วงหน้าที่คุณสามารถเลือกวัน เวลา และศูนย์บริการที่สะดวก จองคิวนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันและยังสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกนัดได้ตามความเหมาะสม หากต้องการสอบถามวันและเวลาที่สะดวกต่อการนัดหมายของท่าน
เบอร์โทรนัดหมายล่วงหน้า 089-9612736
----------------------------------------------------------------------------------------
มีคำถามอยากลองถามเล่นๆเกี่ยวกับ "ศูนย์ VS อู่" ครับว่า...เมื่อถึงระยะที่จะต้องเข้าซ่อมบำรุงหรือเช็คระยะ มีคน 4 คน ที่ใช้รถยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน และซื้อมาปีเดียวกัน โดยมีโจทย์การเข้าเช็คระยะซ่อมบำรุงที่แตกต่าง

- นายเอ
เข้าอู่นอก ตลอดระยะเวลาที่ใช้รถ โดยไม่สนใจว่ารถจะยังอยู่ในระยะประกันหรือไม่
เพราะเค้าคิดว่า อู่นอกมีค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก มีอะไหล่แท้ที่เหมือนกันศูนย์ โดยมีช่างที่ออกจากศูนยเป็นเจ้าของเค้าจึงคิดว่า ไ่ม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำรถเข้าศูนย์ เพราะเค้าสามารถหาสิ่งดีๆมาใส่รถของเค้าได้ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง กรอง ปะเก็น ผ้าเบรค อะไหล่ช่วงล่าง โดยไม่ต้องใช้ของศูนย์เท่านั้นเค้ามีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง มีความเข้าใจในรถเบื้องต้น

- นายบี
เข้าศูนย์ตลอดระยะเวลาที่ใช้งาน โดยไม่สนใจว่า อู่ข้างนอกถูกกว่า หรือจะต้องจ่ายแพงกว่า
เพราะเค้าคิดว่า อู่นอก จะมีความชำนาญเท่ากับช่าง
ของศูนย์ผ่านการอบรมจากโรงงาน ยิ่งเป็นรถรุ่นใหม่ ๆ แล้วต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตรวจสอบได้อย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่น้ำมันเครื่อง กรอง ผ้าเบรค โช๊คอัพ ลูกปืนล้อ เป็นของศูนย์ทั้งสิ้น(ยกเว้นยางกับแบต)เค้าไว้ใจ อยากทำอะไรให้จบในศูนย์นั้นๆ โดยไม่ต้องรอหรือวิ่งหาอะไหล่เพิ่ม

- นายซี
นายซีเป็นส่วนผสมของนายเอและนายบี
เค้าเชื่อว่า การเข้าศูนย์เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรไว้ใจศูนย์มากเกินไปถ้าเค้าสามารถหาอู่ข้างนอกได้
นายซีจะเข้าศูนย์เพื่อเช็คระยะในขั้นต้นก่อนจนกระทั่งหมดระยะประกัน หลังจากนั้นจึงจะเข้าศูนย์
เค้ามองว่า ควรจะใช้ประโยชน์จากประกันรถยนต์ให้หมดก่อน ยอมจ่ายแพงกับศูนย์ก่อนเพื่อความมั่นใจ
หลังจากนั้น เค้าจึงไปเข้าอู่นอกหลังจากรถของเค้าหมดระยะประกันไปแล้วเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ถึงอย่างนั้น นายซี ก็มีความรู้เรื่องรถไม่มาก ยังหาอู่ดีๆอู่ประจำไม่ได้ และยังหวั่นๆใจอยู่...

- นายดี
เค้ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง มักจะเข้าอู่เป็นหลัก โดยไม่สนใจระยะประกันรถเลย
นายดี จะบำรุงรักษาเบื้องต้นโดยอู่เล็กๆแถวบ้าน เช่น ถ่ายน้ำมันเึครื่อง น้ำมันเบรค ผ้าเบรค ล้างแอร์
ในกรณีที่เป็นเคสแปลกๆเท่านั้น นายดีจึงจะเข้าศูนย์เพราะนายดีเชื่อว่า ของเล็กๆน้อยๆจะจ่ายแพงทำไม ในเมื่อข้างนอกหาได้ดีกว่าในราคาประหยัดกว่าแต่ถ้าของเฉพาะเจาะจงเมื่ออู่ซ่อมรถทำไม่ได้ ต้องเข้าศูนย์เท่านั้น

คุณ... คือใคร ใน 4 คนนี้ และเพราะอะไรครับ (ตรงตามคำอธิบายหรือไม่ อย่างไรบ้าง??)
หรืออาจจะมีมากกว่านี้

Read More...


อีกแล้ว วิ่งทับยางมะตอยเพิ่งราด เละเทะ เอาออกไงดี


ปีที่แล้วรถทดสอบ Focus สีเหลืองกับสภาพซุ้มล้อเน่าสุดบรรยาย เมื่อยางมะตอยเหนียวข้นเคลือบเต็มซุ้มโพรงล้อจากการขับผ่านจุดที่กำลังมีการ ราดยางมะตอย ปัญหาระหว่างผู้รับเหมาของกรมทางกับรถยนต์สุดสวยของคุณ เมื่อต้องวิ่งไปพบเจอกับถนนลาดยางมะตอยที่เพิ่งเทราดเสร็จหมาดๆ ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาในเรื่องของความเน่าจากคราบยางมะตอยอย่างหนาที่ เกาะหนึบแน่นเต็มล้อและซุ้มล้อ หากคุณไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางวกรถกลับเพื่อหลีกเลี่ยงทางเละๆ ที่เต็มไปด้วยยางสีดำข้นเหนียว และต้องวิ่งลุยผ่าเข้าไปบนความเหนียวหนึบของยางมะตอยที่ร้อนระอุหลังจากโดน เทออกมาจากรถราดยาง ผู้รับเหมา หรือเจ้าหน้าที่กรมทางที่รีบเร่งซ่อมทางให้เสร็จตามกำหนดแล้วเปิดช่องทาง เพื่อทำให้รถสามารถวิ่งผ่านไปได้โดยพยายามหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด

อาจลืมคิดไปว่า ยางมะตอยที่เทใหม่ๆ บนสภาพอากาศที่ร้อนระอุเย็นและเซตตัวให้แข็งช้ากว่าปกติ เมื่อคุณขับลุยผ่านมันไป มันจะกระเด็นติดตามซุ้มล้อ พลาสติกกันโคลนใต้ซุ้มล้อ ล้อแม็กซ์อัลลอยลายสวยราคาแพง แผงข้างตัวถัง สเกิร์ต ที่บานประตู รวมถึงชายล่างของรถ ทำให้เกิดคราบเหนียวสีดำที่เอาออกได้ยากมากที่สุด มันจะเลอะติดในบริเวณดังกล่าวและทำให้ลูกชายสุดที่รักของคุณอยู่ในสภาพเน่า เกินกว่าจะเขียนออกมาเป็นคำพูด สำหรับท่านที่แล่นทับเข้าไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย อารมณ์ที่ขุ่นมัวเมื่อลูกรักของคุณต้องเลอะเทอะด้วยยางข้น สีดำกับเศษกรวดที่ฝังตัวแน่นอยู่ในคราบยางใต้ซุ้มล้อ ยิ่งปล่อยเอาไว้ก็ยิ่งติดหนึบหากมันแห้งจนแข็งเพราะจอดตากแดด ครั้นจะให้ร้านรักษาสีรถเอาออก คุณจะโดนเช็กบิลค่าเอาเศษคราบยางมะตอยออกซึ่งทำได้ค่อนข้างยากแบบแพงหูดับ ตับทะลุจนไม่เหลือเงินไปซ่าได้อีกตลอดทั้งเดือนเลยทีเดียว



นึกว่าจะมีแค่ Ford Focus รถทดสอบสีเหลืองคันเดียวเท่านั้นที่โดนสวัสดีความเศร้า เมื่อยืมเจ้า BMW 116i M-Sport มาเพื่อขับทดสอบรีวิว ก็เจอกับคราบยางมะตอยเหมือนเดิม แหม ฮิตกันดีจริงๆ ผมเลยทำใจเย็น พยายามมองดูว่าบริเวณที่โดนนั้นมันหนักหนาสาหัสขนาดไหน พอสังเกตด้วยสายตาก็พบว่าโดนมาหนักพอสมควรแต่ก็ยังน้อยกว่าเจ้า Focus โพรงล้อของเจ้า BMW 116i ในชุดแต่งเสริมหล่อเวอร์ชั่น M กับขอบล้อลาย M มียางเหนียวข้นเกาะเป็นก้อนๆ คล้ายกับมีใครเอามือมาละเลงยางมะตอยไปทั่ว ทั้งซุ้มล้อและล้อแม็กซ์
ผมเดินออกไปหาซื้อน้ำยาล้างเครื่องยนต์ของ Sonax จากร้านขายอะไหล่เจ้าประจำแถบวังหิน เจ้าน้ำยาล้างห้องเครื่องยนต์ยี่ห้อนี้ มีราคากระป๋องละประมาณ 140 บาท (ราคาตามร้านขายอะไหล่แถวๆ บ้าน) แถมด้วยฟองน้ำล้างจาน กลับมาหาทำเลเหมาะๆ แถวหน้าบ้านแต่ต้องหลีกเลี่ยงพื้นกระเบื้องสีสวยราคาแพง เนื่องจากหากมันละลายจะหยดเป็นน้ำมันสีดำที่ยิ่งทำให้พื้นเลอะเทอะหนักเข้า ไปอีก ถนนปูนหน้าบ้านดูจะเหมาะที่สุดสำหรับกรรมวิธีในการกำจัดคราบยางมะตอยเหนียว ที่กำลังเกาะหนึบบนเจ้า BMW 116i M-Sport คันโปรด ในรูปด้านบนคุณจะเห็นว่ายางมะตอยสุดสกปรกกระเด็นติดตามล้อและซุ้มรวมถึงด้าน ข้างตัวถังแบบสาดกระเซ็นเต็มไปหมด



เนื่องจากมันต้องใช้เวลากันพอสมควร ในการเอาเจ้ายางมะตอยจอมเหนียวออกจากรถคุณ ควรหาที่ร่มๆ จัดการเอาออกซะอย่างด่วน อากาศที่ร้อนระอุในช่วงปลายฝนต้นหนาว หากคุณล้างมันกลางแดดในช่วงใกล้เที่ยง ความที่ต้องใช้เวลากันนานพอสมควร จะทำให้คุณพานเป็นลมเป็นแล้งหรือหงุดหงิดเสียอารมณ์มากยิ่งขึ้น ที่ร่มแดดส่องไม่ถึงจึงเหมาะสมมากที่สุดสำหรับงานช้างในการขจัดคราบยาง เหนียว สเปรย์ล้างเครื่อง Sonax กระป๋องเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากลุยมาหนักและเลอะเทอะชนิดแสนสาหัส คงต้องเล่นกันถึงสองหรือสามกระป๋องเลยทีเดียว แต่เมื่อคิดคำนวณดูแล้วก็ยังถูกกว่าให้ร้านรักษาหรือเคลือบสีที่มีบริการรับ ขจัดคราบสกปรก

วิธีทำก็คือ พ่นน้ำยาล้างเครื่องไปตรงจุดที่เลอะ หามีดเก่าๆ มาคอยขูดเศษยางมะตอยที่เริ่มละลายจากด้านในซึ่งเป็นพลาสติกบังโคลนซุ้มล้อ รถยนต์บางรุ่นใช้ใยสังเคราะห์แทนพลาสติกกันโคลน ทำให้เอาออกได้ยากมาก ระวังอย่าให้มีดไปโดนสีรถคุณเป็นใช้ได้ ค่อยๆ ขูดออกหลังจากมองเห็นว่ามันเริ่มละลายเป็นน้ำมันสีดำเมื่อพ่นไปสักครู่ งานนี้คงต้องใจเย็นๆ หาเครื่องดื่มที่ชอบไว้ข้างตัวเพราะอากาศในช่วงเปลี่ยนฤดูแม้ตอนเช้าจะเย็น สบาย แต่พอแดดออกเท่านั้นแหละความอบอ้าวจะทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในตู้ไมโครเวฟ อย่าลืมต่อสายยางล้างรถเตรียมเอาไว้ด้วย



เมื่อพ่นน้ำยาทำความสะอาดเครื่องยนต์ไปสักพักในบริเวณที่เป็นสีรถ เช่น สปอยเลอร์หน้า-หลังตรงชายล่างและขอบของแก้มข้างที่เลอะเทอะ ให้ใช้ฟองน้ำค่อยๆ ถูลูบออก สำหรับจุดที่ยางมะตอยติดเป็นก้อนต้องใช้ความพยายามและเวลามากหน่อย พ่นแล้วรอให้ละลายตามด้วยการเช็ดออกด้วยฟองน้ำเนื้อนุ่ม สำหรับล้อแม็กซ์ก็เช่นเดียวกัน บางทียางมะตอยติดละลายคล้ายกับหยดน้ำเพียงแต่มันมีสีดำและมันน่าเกลียด ล้อสวยๆ ลาย M ของเจ้า 116i ต้องมาเละเทะด้วยคราบยาง ก็สามารถกำจัดได้ด้วยวิธีเดียวกัน พ่นสเปรย์ลงไปไม่ต้องกลัวเปลือง เพราะหากใช้น้อยยางมะตอยจอมเหนียวอาจหลุดละลายออกไม่หมด ผลกระทบของน้ำยาล้างเครื่องยนต์ต่อสีบนรถมีเพียงน้อยนิดหากคุณปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่ล้างก็อาจเกิดคราบได้ ในจุดที่ละลายหมดแล้วนำสายยางมาฉีดน้ำพร้อมๆ ไปกับใช้แชมพูล้างรถล้างในจุดที่โดนน้ำยาอีกครั้ง เสร็จแล้วก็เช็ดให้แห้งแล้วลองมองดูว่าตรงไหนที่ยังเอาออกไม่หมด



ถ้าเรี่ยวแรงยังพอมีเหลือ ใช้น้ำยาเคลือบสีลงอีกทีตรงที่โดยน้ำยาล้างเครื่องยนต์สารพัดประโยชน์ สีรถคุณและซุ้มล้อรวมถึงแก้มข้างก็จะกลับมาดูดีอีกครั้ง ขอบอกว่ามันต้องใช้เวลากันพอสมควร และต้องใจเย็นในการพ่นน้ำยาล้างเครื่องยนต์ไปยังตำแหน่งที่มีคราบยางมะตอย เกาะอยู่ ขูดเบาๆ ที่พลาสติกซุ้มล้อไม่ให้โดนสีเพื่อจัดการกับยางมะตอยที่เกาะตัวเป็นก้อนๆ รวมถึงบรรจงใช้ฟองน้ำค่อยๆ เช็ดออกหลังจากยางมะตอยละลาย อย่าเช็ดแรง ค่อยๆ เช็ดหรือพ่นน้ำยาซ้ำอีกทีหากเอาออกยากเพราะโดนมาเต็มๆ ผลงานหลังจากทำความสะอาด BMW 116i M-Sport คันเก่ง ทำให้ตัวถังรถและล้อกลับมาแว้บเหมือนเดิม คราวหน้าหากเจอถนนแบบนี้อีกหลบได้ก็หลบเถอะครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-mail chang.arcom@thairath.co.th
facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

credit by : http://alloption-for-car.blogspot.com/2014/10/blog-post_71.html

Read More...


กำจัดกลิ่นเหม็นอับในหมวกกันน็อค

เชื่อว่าผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์หลาย ท่านคงเคยเจอกับกลิ่นเหม็นอับที่มาจากเหงื่อและความชื้น โดยเฉพาะสภาพอากาศเมืองไทยช่วงนี้ตอนกลางวันแดดร้อน เย็นฝนตก อาจจะเป็นเหตุให้หมวกกันน็อคของ ท่านเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ ทนสูดกลิ่นอับๆ คงจะไม่ไหว ใครเคยเจอน่าจะรู้ดีว่ามันทรมานจมูกสุดๆ ลองเอาวิธีด้านล่างนี้ไปทำตามกันดู

วิธีทำความสะอาดหมวกกันน็อค

- ภายใน หมวกกันน็อคบางรุ่นสามารถถอด ซับในหรือเบาะหุ้มภายในออกมาทำความสะอาดได้ ให้ถอดออกซักด้วยแชมพูเด็ก ล้างน้ำเปล่าจนสะอาดและผึ่งให้แห้ง หากเป็นหมวกกันน็อคที่ถอดซับในออกไม่ได้ ให้หงายหมวกแล้วผึ่งลมหรือแดดอ่อน 2-3 ชั่วโมง ไม่ควรตากแดดแรงเพราะจะทำให้โฟมเสื่อมสภาพ

- ภายนอก ใช้ผ้านิ่มจุ่มลงในน้ำสบู่เช็ดทำความสะอาดรอยฝุ่นและคราบเปื้อน และใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดในครั้งสุดท้าย

- แผ่นกันลม ใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ล้างให้ทั่วและเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้านิ่ม
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สเปรย์ทำความสะอาดและกำจัดกลิ่นอับภายในหมวกกันน็อค แต่ราคาค่อนข้างแพง ใครอยากใช้วิธีธรรมชาติ ซักเองได้ก็ไม่ว่ากัน

รู้หรือไม่! ปกติแล้วหมวกกันน็อคมีอายุงานใช้งานประมาณ 3 ปี ควรซื้อเปลี่ยนใหม่เนื่องจากพลาสติกอาจเสื่อมสภาพ และโฟมไม่สามารถรับแรงกระแทกแทนศีรษะได้ หมวกที่เคยตก เคยกระแทกมาแล้วอายุการใช้งานก็จะลดลงเช่นกัน


ที่มาจาก : http://blog.dealfish.co.th/auto/ทำความสะอาดหมวกกันน็อค

Read More...


ไขปริศนา! นอนในรถอาจถึงตาย..เพราะอะไร?

     ปัจจุบันเรามักได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับการจอดรถติด เครื่องเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้แล้วงีบหลับ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด คุณผู้อ่านสงสัยไหมครับว่า ทำไมระบบปรับอากาศจึงเป็นอันตรายเฉพาะเวลาจอดรถนิ่งๆ แต่ไม่เป็นอันตรายขณะขับขี่



     ว่าไปแล้ว หากผู้ขับขี่มีอาการง่วงซึมไม่ว่าจะขับระยะทางใกล้หรือไกล การงีบหลับซักครู่ถือเป็นทางออกที่ดีในการเดินทางต่อไปอย่างปลอดภัย แต่รู้ไหมครับว่า ระบบปรับอากาศของรถที่ จอดนิ่งๆ กลับมีอันตรายกว่าขณะที่รถกำลังขับเคลื่อน ซึ่งอันตรายที่ว่านั้น ไม่ใช่จากระบบเครื่องปรับอากาศของรถยนต์โดยตรง แต่เป็นมลพิษที่ออกมาจากท่อไอเสียนั่นเอง แต่คุณผู้อ่านสงสัยหรือไม่ครับว่า ควันจากท่อไอเสียนั้นเข้ามาในห้องโดยสารได้อย่างไร..?

     เรามักเข้าใจว่าระบบปรับอากาศในรถยนต์นั้นเป็นระบบปิดและหมุนเวียนภายในห้องโดยสาร 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในความเป็นจริง แม้เราจะกดปุ่มเพื่อให้อากาศหมุนเวียนแล้ว แต่พัดลมแอร์ก็ยังดูดอากาศภายนอกบางส่วนเข้ามา (จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงได้กลิ่นจากภายนอกเมื่อเราขับรถผ่านควันเผาเศษ ขยะข้างทาง) ซึ่งถ้ารถยนต์มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดนั้น พัดลมดังกล่าวก็จะดูดอากาศบริสุทธิ์เข้ามา (หรืออากาศที่ไม่อยู่ในระดับที่เป็นพิษ) ไม่ทำอันตรายต่อผู้โดยสารภายในรถ


     แต่ในทางกลับกัน หากจอดรถยนต์นิ่งๆแล้วปิดกระจก หน้าต่างทึบทั้ง 4 บาน พร้อมทั้งสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดแอร์ทิ้งไว้ ก็จะกลายเป็นสาเหตุให้อากาศจากท่อไอเสียโชยมายังบริเวณพัดลมแอร์ และถูกดูดเข้าไปยังห้องโดยสารทีละน้อยๆอย่างไม่รู้ตัว ทำให้ห้องโดยสารมีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่เป็นพิษ โดยร่างกายจะรับสารดังกล่าวเข้าไปทีละน้อยจนเป็นเหตุให้ขาดออกซิเจน เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด

     ทางที่ดี หากรู้สึกมีอาการง่วงซึมขณะขับรถ ก็ควรจะจอดแวะล้างหน้าล้างตา หรือดื่มกาแฟ หรือถ้าต้องการงีบหลับในรถยนต์ ก็ควรจอดรถในที่ที่ปลอดภัย เช่น ปั๊มน้ำมันหรือที่ที่มีคนพลุกพล่าน จากนั้นให้ดับเครื่องยนต์แล้วใช้วีธีแง้มกระจกลงเล็กน้อยทั้งสี่บาน เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท และควรล็อครถไว้เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี ทางที่ดีควรตั้งเวลาปลุกไว้ประมาณ 10-15 นาที ซึ่งน่าจะเพียงพอแล้วเพื่อให้หายอ่อนเพลีย และพร้อมจะเดินทางต่อไปโดยสวัสดิภาพ

     เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเทคนิคดีดีที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการเดินทางไกลของคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ครับ

credit by :  http://auto.sanook.com/6625/ไขปริศนา-นอนในรถอาจถึงตาย..เพราะอะไร/

Read More...


การดูแลรถสีขาวที่ถูกต้อง ก่อนจะเหลืองหมอง

     รถสีขาวถือเป็นสียอดฮิตของคนไทยในปัจจุบันไปแล้ว แต่คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า รถสีขาวอาจเหลืองหมองได้อย่างรวดเร็วหากดูแลรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้ดูเก่าเร็วกว่ารถสีอื่น


     วันนี้ Sanook!Auto มีเทคนิคการดูแลรถสีขาวมาฝากกันครับ

     1.หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด
     สีขาวจะเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดคราบหมอง เหลือง ได้เร็วกว่าสีอื่นๆ ทางที่ดีควรหาที่จอดรถในร่มทั้งที่บ้าน หรือที่ทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับแสงแดดโดยตรง ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้รถไม่หมองเร็ว

     2.ล้างรถอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
     จริงๆแล้วข้อนี้สำคัญกับทุกสี เนื่องจากจะเป็นการช่วยล้างคราบสกปรกต่างๆ เช่น มูลนก, โคลน, คราบน้ำมัน และอื่นๆออกไป ก่อนที่จะทำอันตรายต่อชั้นผิวสี แต่สำหรับรถสีขาวนั้น ควรแยกฟองน้ำออกเป็น 2 ส่วน คือ ฟองน้ำสำหรับล้างตัวถังส่วนบนและตัวถังส่วนล่าง เนื่องจากส่วนล่างของรถสกปรกกว่ามาก การใช้ฟองน้ำร่วมกันจะทำให้เกิดคราบจางๆบนตัวถังได้ ซึ่งรถสีขาวจะเห็นได้ชัดกว่าสีอื่น


     3.เช็ดรถให้แห้งและสะอาด
     เมื่อล้างเสร็จแล้ว ไม่ควรปล่อยให้รถแห้งเอง ทางที่ดีควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์สำหรับเช็ดรถโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอย และต้องมั่นใจว่าเช็ดจนแห้งทุกจุด เพราะตัวถังสีขาวจะเห็นคราบน้ำได้ยาก อาจทำให้เป็นรอยด่างได้

     4.เคลือบสีรถเป็นประจำ
     ควรให้น้ำยาเคลือบสีรถเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวรถเกิดฟิล์มบางๆเคลือบเอาไว้ ช่วยชลอการเกิด และที่สำคัญควรเลี่ยงน้ำยาเคลือบที่มีส่วนผสมของ 'คานูบ้า' เนื่องจากจะยิ่งเป็นการทำให้รถเหลืองเร็วกว่าปกติ

     5.ใช้ดินน้ำมันล้างรถ
     การใช้ดินน้ำมันล้างรถ ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากสามารถดึงคราบสกปรกออกจากตัวรถได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้คืนความเงางามของสีรถกลับมาได้อีกด้วย

     คำแนะนำที่กล่าวไปข้างต้นสามารถใช้ได้กับ ทุกสีรถนะครับ ถึงแม้ว่าจะดูธรรมดาๆไปสักหน่อย แต่หากปฏิบัติได้ดังนี้แล้ว ก็จะช่วยยืดอายุของสีรถให้ยังคงสดใสได้อย่างยาวนานแน่นอนครับ

credit by :  http://auto.sanook.com/6523/การดูแลรถสีขาวที่ถูกต้อง-ก่อนจะเหลืองหมอง/

Read More...


ลูกระนาด ชะลอความเร็ว

 “ลูกระนาดชะลอความเร็ว” และ “เนินชะลอความเร็ว” เป็นสิ่งก่อสร้างทางจราจรชนิดหนึ่งมีหน้าที่บังคับให้ผู้ขับรถลดความเร็วของ รถยนต์ลงขณะขับผ่าน โดยลูกระนาดและเนินชะลอความเร็วนี้มักถูกสร้างหรือติดตั้งอยู่ตามทางร่วม ทางแยก และปากซอย หรือในบริเวณที่มีผู้คนเดินสัญจรไปมาพลุกพล่าน อาทิ ชุมชน หมู่บ้าน สถานที่ราชการ สถานศึกษา และศาสนสถาน เพื่อลดอุบัติเหตุจากการขับรถชนกับคนเดินถนน

สำหรับลูกระนาดชะลอความเร็วที่เราเห็นโดยทั่ว ๆ ไปนั้น มักจะเป็นการสร้างกันเอง มีทั้งที่สร้างจากปูนซีเมนต์และยางมะตอยกับหินคลุก ซึ่งไม่ค่อยจะได้มาตรฐาน คือมีทั้งที่สูงมากหรือยาวเกินไปจนอาจจะเกิดปัญหาขูดกับชิ้นส่วนใต้ท้องรถ ยิ่งไปกว่านั้น บางแห่งไม่ได้ทาสีหรือมีการติดป้ายบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทางข้างหน้าเป็น ลูกระนาด ผู้ขับขี่ควรชะลอความเร็ว ทำให้ผู้ขับรถที่ไม่คุ้นเส้นทาง โดยเฉพาะยามค่ำคืน ได้รับอุบัติเหตุ ซึ่งถ้าดูจากมาตรฐานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยแล้วพบว่าการสร้างลูกระนาดที่ได้มาตรฐานจะต้องมีรายละเอียด ดังนี้

เนินชะลอความเร็วคือพื้นที่ผิวจราจรที่ยกสูงขึ้น มีลักษณะโค้งเป็นรูปโค้งพาราโบล่าหรือแบบหลังเรียบ ใช้ติดตั้งขวางทิศทางการจราจรเพื่อลดความเร็วของยวดยาน แต่ไม่เหมาะสมกับถนนที่มีปริมาณจราจรเกิน 500 คันต่อวัน ปกติเนินชะลอความเร็วจะมีความยาว (ตามแนวทิศทางการจราจร)ประมาณ 3.4-4.0 เมตร และแตกต่างจากลูกระนาดชะลอความเร็วที่มีความยาวสั้น ๆ มีลักษณะโค้งเป็นรูปโค้งหลังเต่าหรือครึ่งวงกลม มีความสูงจากผิวจราจรประมาณ 7.5-10.0 ซม. และควรติดตั้งโดยมีระยะห่างกันประมาณ 80-130 เมตร

แต่ใด ๆ ในโลกเมื่อมีประโยชน์ก็มักจะต้องมีโทษตามมาเป็นของคู่กัน อย่างลูกระนาดชะลอความเร็วนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน โดยนายกิดานนท์ พรหมวงษ์ หัวหน้าทีมสปีด บัมพ์ ที่ประกอบด้วยนายธนยศ ทิมสุวรรณ, นายชยันต์ จันทสาร และนายอรรถพร อัจฉริยชีวิน ซึ่งเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกลและวิศวกรรมอุตสาหการ ได้เล็งเห็นข้อเสียของลูกระนาดชะลอความเร็วว่า “ในปัจจุบันมักมีกลุ่มคนที่ขับรถเร็วเกินกำหนดในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการจำกัดความเร็วไว้ อาทิ เขตชุมชน บริเวณซอยแคบซึ่งทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องนำลูกระนาดฯ มาติดตั้งใช้เพื่อบังคับให้ผู้ขับรถต่าง ๆ ต้องชะลอความเร็วของรถยนต์ลง แต่การสร้างลูกระนาดฯ โดยปราศจากความรู้ทำให้ผู้ขับรถได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน เนื่องจากลูกระนาดฯ มีขนาดใหญ่เกินไป ถึงแม้จะขับรถด้วยความเร็วต่ำเพียงใดก็ยังได้รับแรงสะเทือนตามไปด้วย อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อระบบและอุปกรณ์ของรถยนต์ เช่น ลูกหมาก ลูกปืน สปริงโช้คอัพ และระบบช่วงล่างต่าง ๆ ทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้สั้นลง”
จากสาเหตุดังกล่าวทีมสปีด บัมพ์จึงคิดหาวิธีที่จะออกแบบและสร้างลูกระนาดชะลอความเร็วแบบใหม่ที่จะช่วย แก้ไขปัญหาเรื่องแรงกระแทกขณะขับรถผ่านให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ซึ่งหลังจากการลองผิดลองถูกและช่วยกันปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานเป็นเวลานานกว่า 5 เดือน ในที่สุดทีมสปีด บัมพ์ก็สามารถสร้างลูกระนาดชะลอความเร็วแบบไฮเทคที่สามารถยุบตัวลงได้เพื่อ ช่วยลดแรงกระแทกขณะขับรถผ่านได้เสร็จสมบูรณ์

โดยนายอรรถพรอธิบายถึงหลักการทำงานของลูกระนาดชะลอความเร็วแบบนี้ว่า “การทำงานของสปีด บัมพ์ที่ทีมคิดสร้างสรรค์ขึ้นนั้นจะใช้หลักการและประโยชน์จากแรงโน้มถ่วง โดยถ้ารถวิ่งผ่านตัวสปีด บัมพ์ด้วยความเร็วต่ำ กลไกภายในจะพับตัวสปีดบัมพ์ลงแบบแบนราบโดยอัตโนมัติ แต่ถ้ามีรถที่วิ่งผ่านมาด้วยความเร็วที่สูงเกินกำหนด สปีด บัมพ์จะค้างอยู่แบบเดิม ส่วนวิธีใช้ก็แค่นำแผ่นสปีดบัมพ์ไปขันน็อตติดกับพื้นถนนเป็นอันเสร็จ สำหรับต้นทุนดำเนินการอยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 บาท ซึ่งอาจจะรู้สึกว่าแพงเพราะเราใช้วัสดุที่ดีแข็งแรงทนทาน แต่เชื่อว่าหากนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์จะสามารถบริหารจัดการให้ต้นทุนต่ำลง ได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน”

สำหรับผลงานลูกระนาดฯ ไฮเทค   “สปีด บัมพ์” ของน้อง ๆ นักศึกษากลุ่มนี้ยังถูกนำไปประกวดในงานโครงการประกวดนวัตกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 5 และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มาได้ ซึ่งน้อง ๆ ได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “จากประสบการณ์ความรู้ที่ได้จากสาขาวิชาที่เรียนอยู่เป็นส่วนช่วยพัฒนาความ คิดของพวกเรา ดังนั้นผลงานครั้งนี้จึงไม่ได้มีค่าเพียงแค่เงินรางวัล แต่ค่าอันสูงสุดคือการนำไปประยุกต์และพัฒนาชิ้นงานให้ใช้งานได้จริง และเป็นประโยชน์นานัปการแก่วงการยานยนต์ไทย”.

สมฤกษ์ รื่นสัมฤทธิ์

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/236494/ลูกระนาด+ชะลอความเร็ว

Read More...


“ไฟฉุกเฉิน“ ใช้ไม่เป็น ผิดกฎหมาย

     ทุกวันนี้ เราอาจไม่ทราบว่า ไฟฉุกเฉิน หรือ ไฟผ่าหมาก นั้น แท้จริงแล้วประโยชน์คืออะไร วันนี้ Sanook!Auto ขอนำเสนอ ความเชื่อผิดๆของไฟฉุกเฉินที่เห็นกันจนชินตากันครับ


     ตาม พรบ.จราจร มาตรา 9 และกฎกระทรวงข้อ 11 กฎหมายกำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉิน เฉพาะกรณีรถเสียที่จอดอยู่กับที่เท่านั้น 

     แต่ทุกวันนี้กลับพบผู้ใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินกันผิดๆ ได้แก่

     1. การใช้ไฟฉุกเฉินเพื่อข้ามสี่แยก บริเวณสี่แยกนั้น หากเปิดไฟฉุกเฉิน รถทาง ซ้ายและขวา จะเห็นไฟกระพริบเพียงมุมใดมุมหนึ่งเท่านั้น ทำให้นึกว่าคุณกำลังจะเลี้ยว จึงมิได้ชะลอความเร็วลง ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
      ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง  ชะลอความเร็วก่อนถึงแยก มองซ้ายขวาให้รอบคอบ ไม่จำเป็นต้องเปิดสัญญาณ

     2. ใช้ไฟฉุกเฉินเมื่อฝนตกหนัก เนื่องจากขณะเปิดไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยวจะไม่ทำงาน ทำให้รถที่ ตามมา หรือ คันข้างๆ ไม่ทราบว่าเรากำลังจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อีกทั้งยังเป็นการรบกวนสายตาผู้อื่น เกินความจำเป็นอีกด้วย นอกจากนั้น หากมีรถเสียขึ้นมาจริงๆ และรถคันอื่นใช้ไฟฉุกเฉินกันอย่างพร่ำเพรื่อ อาจทำให้คันที่ตามมาเข้าใจผิดว่า ข้างหน้ามีจราจรติดขัด ทำให้จอดตามๆกัน

     ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง  1.ใช้ความเร็วต่ำ และเปิดไฟหน้า 2.ไม่เปลี่ยนช่องทางหากไม่จำเป็น และไม่ขับรถชิดคันหน้าจนเกินไป 3.ไม่เปิดไฟสูง เพราะรบกวนสายตารถคันอื่นและตัวเองอีกด้วย 4.หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ส่องสว่างให้ใช้งานได้ปกติ

     หากรถของคุณติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ควรใช้งานเมื่อทัศนวิสัยแย่มากๆเท่านั้นนะครับ โดยสังเกตดูง่ายๆว่า หากคุณไม่สามารถมองเห็นไฟท้ายของรถคันหน้า หรือ ไฟหน้าของรถคันหลัง ในระยะ 50-100 เมตร ก็อาจเปิดไฟตัดหมอกได้ เพื่อให้รถคันอื่นเห็นคุณจากระยะไกลขึ้น และเมื่อทัศนะวิสัยดีขึ้น ควรปิดทันที เพื่อไม่ให้แยงสายตารถคันอื่นครับ 
     เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัยขึ้นแล้วล่ะครับ

การเปิดไฟฉุกเฉิน
 

ขอบคุณข้อมูลจาก โครงการพัฒนาสังคม โดยการส่งเสริมการสร้างความเอื้ออาทรบนท้องถนน 

 credit by : http://auto.sanook.com/5898/คุณใช้-ไฟฉุกเฉิน-ใช้ไม่เป็น-ผิดกฎหมาย/

Read More...


“เปลี่ยนยาง“ เรื่องง่ายๆที่อันตรายมากกว่าที่คุณคิด

                แพร๊ด...แพ ร๊ด...แพร๊ด เสียงยางที่บดถนนลงไปราวกับไม่มีลมยางถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับการ เดินทางไม่ว่าจะใกล้ เพราะ ยางที่รั่วหรืออ่อนจากเหตุใดๆ ย่อมทำให้คุณต้องออกแรงเหนื่อยกับการเปลี่ยนยาง หาแต่ความเนื่อยอาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวที่น่ากลัว เพราะเชื่อหรือไม่ครับ ว่าการเปลี่ยนยางตามถนนมีอันตรายที่แฝง อยู่มากกว่าที่คิดเสียอีก

                การเปลี่ยนยางอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าใครที่พอจะเป็นเรื่องช่างอยู่บ้าง อาจจะสามารถแก้ไข สถานการณ์เอาตัวรอดดีกว่ากินข้าวลิงไปได้ หากแต่แม้มันจะดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่การทำงานบนไหล่ทางหรือถนนอาจจะเป็นเรื่องไม่ง่ายเช่นกัน  และมันแฝงด้วยอันตราย ที่วันนี้เราจะพาไปดูความอันตรายของมัน และวิธีการที่ถูกต้องในการเปลี่ยนยางริมถนน
1.       อาจจะถูกชน ถ้าคุณไม่มีทักษะในการเปลี่ยนยาง มันจะเป็นเรื่องยากไปในทันที เมื่อต้องเปลี่ยนยาง เรื่องที่ฟังง่ายอาจจะไม่หมูอย่างที่คิด เมื่อต้องปฏิบัติงานจริง และความงกๆ เงิ่นๆ ของคุณ ก็อาจจะทำให้ถูกรถชนได้ แม้ทางแก้ไขของปัญหานี้คือการตั้งสัญลักษณ์ ก่อนถึงรถราวๆ 100 เมตร เป็นอย่างน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะวางใจได้เสมอไป ยิ่งกับถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เช่นทางหลวงต่างเมืองก็ตาม  ที่สำคัญจอดให้ชิดกับไหล่ทางมากที่สุด

Read More...


วิธีการดูแลและบำรุงรักษาแอร์รถยนต์

แอร์รถยนต์ - บทความเกี่ยวกับวิธีการบำรุงรักษาระบบปรับอากาศในรถยนต์ รถยนต์ประกอบด้วยส่วนประกอบหลายอย่าง ระบบปรับอากาศหรือแอร์ คืออุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างหนึ่งในรถยนต์เพื่อสร้างความเย็นและระบายอากาศภาย ในตัวรถ การใช้งานที่ถูกต้องและการดูแลรักษาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อยืดอายุการใช้งาน เนื่องจากระบบปรับอากาศในรถยนต์ย่อมสึกหรอไปตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะสองส่วนหลักคือ คอมเพรสเซอร์และพัดลมในคอล์ยเย็น


วิธีดูแลแอร์รถยนต์ 
การดูแลและบำรุงรักษาแอร์รถยนต์เบื้องต้นสำหรับผู้ใช้รถ มีดังนี้

เริ่มใช้ 
เมื่อเปิดแอร์ตอนแรก หรือ เครื่องยังเย็นอยู่ไม่ควรเปิดแอร์จนสุด เพราะควรให้คอมแอร์ได้วอร์มสักพักก่อนซัก 5 นาที กล่าวคือ ควรสตาร์ทเครื่องยนต์และให้เครื่องยนต์ถึงอุณหภูมิทำงาน (พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำทำงาน) ก่อนจึงเปิดสวิตซ์ระบบปรับอากาศ

การตั้งอุณหภูมิ
ไม่ตั้งอุณหภูมิให้เย็นเกินไปเพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานอยู่ตลอดเวลา

สวิตซ์พัดลม 
เปิดสวิตซ์พัดลมก่อนแล้วจึงกด สวิตซ์ระบบปรับอากาศ (A/C) เปิดไปที่ความเร็วพัดลมสูงสุดระยะหนึ่งก่อน แล้วจึงลดลงไปยังความเร็วน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

คอล์ยเย็น 
หลีกเลี่ยงการใช้ น้ำหอม หรือ สเปรย์ปรับอากาศ เพราะไอระเหยของสารเคมีที่ใช้จะถูกดูดเข้าไปสะสมตัวที่ครีบเล็กๆ ของคอล์ยเย็น สารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการดูดความชื้น ทำให้ฝุ่นผงไปจับตัวที่ครีบระบายความเย็น ความสามารถในการถ่ายเทความร้อนจะลดลง คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานมากขึ้น ให้ศูนย์บริการทำความสะอาดคอล์ยเย็นเป็นครั้งคราวเมื่อรู้สึกว่า ประสิทธิ์ภาพในการทำความเย็นของระบบปรับอากาศลดลง

หลังการใช้รถประจำวัน
ก่อนถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 15 นาที ปิดสวิตซ์ระบบปรับอากาศ (A/C) เปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุด ทั้งนี้เพื่อลดการทำงานคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น

ถ้าบำรุงรักษาด้วยวิธีปฏิบัติง่ายๆ ดังกล่าวเป็นประจำ อายุการใช้งานของระบบปรับอากาศในรถยนต์ก็จะยืนยาวขึ้น


ข้อแนะนำในการดูแลรักษาแอร์รถยนต์เพิ่มเติม 

1.ไม่ควรนำน้ำหอมชนิดที่เป็นแบบมีแอลกอฮอลเป็นส่วนประกอบ ไปเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น
2.เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C)

3. ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจากอลูมิเนียม จะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย และจะทำให้ตู้แอร์ลดการเหม็นอับอีกด้วย

4. จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น "ระบบปิด" ดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่าเกิดการรั่วของระบบแอร์ในรถของคุณแล้ว

5. ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ได้เร็วยิ่งขึ้น

6. เมื่อแอร์ไม่เย็น(กรณีเปิดน้ำยาแอร์แล้ว,เปิดสวิตซ์ A/C แล้ว) แต่ยังไม่เย็น ให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าเกิดการรั่วในระบบ น้ำยาแอร์และน้ำมันคอมเพรสเซอร์จะมีน้อยมากในระบบ จะทำให้คอมเพรสเซอร์พังมากขึ้นกว่าเดิม แล้วควรนำรถไปเช็คให้เร็วที่สุด แต่กรณีนี้ใช้ลมเปล่าก่อนก็ได้

7. ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี หรือถ้าใครเปิดกระจกขับรถบ่อย ให้ล้างทุกๆ ปี หรือตามเห็นสมควร

8. เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด

สำหรับบทความนี้คงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกท่าน การดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกวิธีช่วยยืดอายุการใช้นานและช่วยประหยัด เงินค่าซ่อมบำรุงได้อีกด้วย

ที่มาเพิ่มเติม 
www.ohomylife.com
www.almerachiangmai.com


Read More...


ไขปัญหา อะไหล่ แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม

ว่าด้วยเรื่องรถ และอะไหล่ซึ่งเป็นของคู่กัน มีรถก็ย่อมต้องมีอะไหล่ เพราะรถรา ใช้ไปทุกวี่ทุกวัน ก็ย่อมต้องมีเสื่อมมีพังเป็นธรรมดา แต่ปัญหามีอยู่ว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกอะไหล่ให้กับรถคู่ใจของเรา มันมีทั้ง แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม อ๊ะ! แล้วแบบนี้จะรู้ได้ยังไง เลือกแบบไหนล่ะถึงจะดี เรื่องนี้คนใช้รถอย่างเราๆ ควรต้องรู้ไว้ เพื่อไขข้อข้องใจ ที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงโดนหลอกให้เสียตังค์ เสียความรู้สึกในภายหลัง จะดีเป็นที่สุด


อะไหล่ แท้-เทียบ-เทียม-ปลอม คืออะไร ดูยังไง?
1.อะไหล่แท้ คือ อะไหล่จากบริษัทรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ คุณภาพก็จะเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัท ส่วนมากจะมีราคาสูง ซึ่งก็ให้ความมั่นใจในด้านของคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน 

2.อะไหล่เทียบ คือ อะไหล่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้กับรถยนต์หลายยี่ห้อ เช่น ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์หัวฉีด (ปั๊มติ๊กในถัง) ของรถญี่ปุ่น และรถเกาหลีส่วนใหญ่จะมีลักษณะและขนาดเท่ากันทำให้ใช้แทนกันได้ แต่อะไหล่แท้บางยี่ห้อแพง เราก็สามารถเลือกยี่ห้อถูกกว่ามาใช้แทนได้ คุณภาพก็จัดอยู่ในระดับอะไหล่แท้

3.อะไหล่เทียม
คือ อะไหล่ที่ผลิตโดยโรงงานผลิตอะไหล่ออกมาขายในยี่ห้อของตนเอง ระดับคุณภาพจะมีทั้งคุณภาพต่ำ คุณภาพเทียบเท่าอะไหล่แท้ และคุณภาพสูงกว่าอะไหล่แท้ อะไหล่เหล่านี้บางส่วนจะผลิตโดยโรงงานที่เป็น หรือเคยเป็นผู้ผลิตอะไหล่ส่งให้แก่บริษัทรถยนต์ สินค้าเหล่านี้จะเป็นสินค้าตัวเดียวกับอะไหล่แท้เลยทีเดียว แต่เมื่อโรงงานเอาออกมาขายอาจจะต้องลบตราแท้บนสินค้านั้นๆ ออก ตัวอย่างเช่นชุดแม่ปั๊มเบรก-คลัทช์ สำหรับรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อ SEIKEN หรือพวกหวีคลัทช์-ผ้าคลัทช์รถญี่ปุ่นจะมี 2 ยี่ห้อหลักคือ AISIN กับ DAIKIN หรือ EXEDY ยี่ห้อเหล่านี้เป็นอะไหล่แท้ OEM หลายรุ่นราคาห่างจากอะไหล่แท้กันเป็นเท่าตัว สินค้าแบบนี้ส่วนใหญ่จะขายในราคาต่ำกว่าอะไหล่แท้เนื่องจากไม่ต้องผ่านการ บวกกำไรอีกทอดหนึ่งโดยบริษัทรถยนต์


อะไหล่บางส่วนผลิตโดยโรงงานที่ ไม่ได้เป็นผู้ผลิตอะไหล่ส่งให้แก่บริษัทรถยนต์ คือสินค้าอัพเกรดต่างๆ เช่น ช็อคอับ คอยล์สปริง ผ้าเบรก เป็นต้น สินค้าเหล่านี้ส่วนมากมีคุณภาพและราคาสูงกว่าอะไหล่แท้

อะไหล่เทียมบางส่วนวางระดับสินค้าอยู่ในระดับต่ำด้วยข้อจำกัดเรื่องราคาและเทคโนโลยีทำให้คุณภาพก็จะต่ำกว่าอะไหล่แท้

4. อะไหล่ปลอม ผลิตโดยโรงงานเล็กๆ ที่ขาดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ จึงใช้วิธีปลอมสินค้าที่ติดตลาดได้รับการยอบรับจากลูกค้า อะไหล่ปลอมจะมีทั้งการเลียบแบบอะไหล่แท้ และอะไหล่ทดแทนยี่ห้อดังๆ เช่น ไส้กรองต่างๆ กลุ่มลูกหมากช่วงล่างรถญี่ปุ่น ที่พบบ่อยจะเป็นยี่ห้อ 555 หรือผ้าดิสเบรก AKEBONO เป็นต้น
ข้อแนะนำในการเลือกอะไหล่รถยนต์
อะไหล่ที่เกี่ยวกับ ภายในเครื่องยนต์และคุณภาพของมันมีผลต่อความเสียหายอื่นๆ เช่น สายพานไทมิ่งนี่แนะนำให้ใช้อะไหล่แท้ เพราะสายพานไทมิ่งแท้โดยเฉพาะรถญี่ปุ่น สเป็คของมันจะต่างจากสายพานไทมิ่ง OEM แม้ว่าจะผลิตมาจากโรงานเดียวกัน ทางโรงงานก็ยังระบุระยะเวลารับประกันไม่เท่าอะไหล่แท้ ประมาณ 5-80,000 กม.เท่านั้น ส่วนรอกตั้งสายพานไทมิ่งเลือกใช้ยี่ห้อที่คุ้นหู เช่น รถญี่ปุ่นจะใช้ยี่ห้อ NSK KOYO NTN เป็นหลัก ส่วนรถยุโรปจะเป็น SKF FAG TIMKEN เป็นต้น รอกยี่ห้อเหล่านี้คุณภาพมาตรฐานเท่าแท้ ใช้อะไหล่ตามนี้จะได้คุณภาพเท่าอะไหล่แท้ศูนย์ในราคาที่ประหยัดที่สุด



ระบบขับเคลื่อน เช่น ผ้าคลัทช์ หวีคลัทช์ รถญี่ปุ่นเลือกใช้ยี่ห้อ AISIN หรือ DAIKIN ราคาชุดคลัทช์แท้ของรถกระบะประมาณ 5,500-6,500 บาทแล้วแต่รุ่น และยี่ห้อ ถ้าเลือกยี่ห้อ AISIN หรือ DAIKIN ราคาอะไหล่ทั้งชุดพร้อมลูกปืนคลัทช์+ลูกปืนฟลายวิลล์สำหรับรถกระบะเครื่อง 2.5 ลิตร ราคาไม่เกิน 3 พันบาท ถ้าเป็นรถยุโรป ชุดยกคลัทช์จะเป็นยี่ห้อ SACHS หรือ LUK ราคาชุดละ 4-5 พันบาท ถ้าเป็นอะไหล่แท้ก็บวกขึ้นไปอีก 40-50 % ตามคุณภาพมาตรฐานของยี่ห้อนั้นๆ
ส่วนอะไหล่ช่วงล่าง รถญี่ปุ่น พวกลูกหมากก็สามารถใช้ยี่ห้อ 555 แท้ได้ หากเป็นรถยุโรปก็พิจารณายี่ห้อ TRW หรือ LEMFORDER คุณภาพใกล้เคียงอะไหล่แท้ แต่ราคาประหยัดกว่า
โช้คอัพ แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องใช้โช้คอัพแท้ เพราะเป็นอะไหล่ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบภายในของรถ อีกอย่าง คุณภาพของอะไหล่ก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนจะเลือกอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเรื่องสมรรถนะและงบประมาณ และโช้คอัพในตลาดก็มีให้เลือกเยอะมาก ของดีราคาประหยัดจึงหาได้ไม่ยากนัก


ผ้าเบรก ถ้าคุณรู้ตัว ว่าเป็นคนขับรถเร็ว มีโอกาสได้ใช้เบรกที่ความเร็วสูงบ่อยๆ ผ้าเบรกแท้ย่อมไม่สามารถตอบสนองการใช้งานแบบนี้ได้ ดังนั้นคุณจึงต้องเลือกใช้ผ้าเบรกเกรดเฮฟวี่ดิวตี้เพิ่อคุณสมบัติการทนความ ร้อนที่สูงขึ้น เป็นต้น
อะไหล่มีหลายประเภท หลายยี่ห้อมากมายให้เลือกสรร การเลือกใช้อะไหล่เกรดไหน ยี่ห้อใด ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคลว่ามีงบประมาณและต้องการคุณภาพ มาก-น้อยแค่ไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการได้อะไหล่คุณภาพดีในงบประมาณที่ประหยัดที่สุดก็ดู เหมือนจะเป็นความต้องการสูงสุดของผู้ใช้รถทั้งหลาย ดังนั้นรู้จักความแตกต่าง และข้อดี-ข้อเสียของอะไหล่แต่ละประเภทแล้วก็อย่าลืม หยิบไปคิดพิจารณา ก่อนการซื้อหาอะไหล่ มันช่วยคุณได้จริงๆ นะ



Read More...


วิธีกำจัดกลิ่นอับในรถ


     หน้าฝนปีที่แล้วนำข้อมูลเกี่ยวกับการกำจัดกลิ่นอับในรถมานำเสนอไปแล้ว ปีนี้มาทบทวนความจำเพื่อนำไปใช้ในช่วงหน้าฝนปีนี้อีกครั้ง เพราะหลายคนเจอปัญหากลิ่นอับในรถจากความชื้นบ่อย เป็นได้ทั้งรถใหม่และรถเก่า ส่วนวิธีแก้ไขมีหลายตำรา ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีง่ายๆ เช่น


Read More...


ทำเองก็ได้ไม่ยาก เตรียมรถของคุณรับฤดูฝน


ประเทศไทยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปีเริ่มมีสายฝนโปรยปรายหนัก บ้างเบาบ้างทั่วพื้นที่และจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 6 เดือนจนกว่าฤดูหนาวจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน สัญญาณเริ่มต้นของฤดูฝนทำให้สภาพการขับขี่รถยนต์แตกต่างไปจากฤดูอื่น น้ำฝนที่ฉาบผิวถนนทำให้พื้นผิวบนทางที่ใช้สัญจรไป-มาเกิดความลื่น สภาพการมองเห็นที่ลดลงมากท่ามกลางสายฝนหนัก ตามมาด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เยอะกว่าฤดูร้อนและฤดูหนาว

การเตรียมความพร้อมให้กับรถยนต์ของคุณเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจในช่วงที่ มีฝนตกแบบนี้จะช่วยทำให้คุณเอาตัวรอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุและเดินทางไปถึง ยังจุดหมายได้ตามต้องการ

ระบบเบรก
ตรวจเช็กระบบห้ามล้อหรือเบรก หากใช้งานกันมานานจนผ้าเบรกและจานเบรกเริ่มบางก็สมควรที่จะนำพาลูกชายสุดที่ รักเข้าไปรับบริการเปลี่ยนทั้งผ้าและจานเบรก ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว เปลี่ยนน้ำมันเบรกไปด้วยเลยดีกว่า ผ้าเบรกมีอายุการใช้งานประมาณ 40,000 ถึง 50,000 กิโลเมตร หรือ 2 ปี สำหรับน้ำมันเบรก ควรเปลี่ยนที่ระยะ 40,000 กิโลเมตรหรือไม่เกิน 2 ปี เปิดฝากระโปรงเช็กระดับน้ำมันเบรกทุกสัปดาห์ คอยสังเกตจากเสียงขณะกดแป้นเบรก หากเบรกไม่อยู่ในระยะปกติ หรือมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนระบบเบรกที่แสดงบนหน้าปัดรีบนำรถไปตรวจสอบระบบห้าม ล้อทันทีไม่ควรใช้งานต่อ เมื่อระบบเบรกหมดสภาพจากการใช้งานหรือขาดการบำรุงดูแลรักษาที่ดี อาจก่อให้เกิดอันตรายในช่วงหน้าฝนเพราะถนนลื่น ตรวจเช็กว่า ABS ทำงานปกติหรือไม่ทำงาน หากพบไฟโชว์ระบบ ABS ที่หน้าปัดก็ควรนำไปให้ช่างตรวจสอบแก้ไขให้กลับมาทำงานเหมือนเดิม การใช้เบรกที่ไม่มีระบบ ABS หรือระบบป้องกันล้อล็อกท่ามกลางผิวถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนจะก่อให้เกิด การลื่นไถลอย่างรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ ตามมาด้วยอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี


ยาง
เมื่อฝนตกหนักจนมีน้ำขังบนผิวถนน ความลึกของร่องยางหรือความสูงของดอกยางมีผลต่อประสิทธิภาพของการรีดน้ำของ ยาง ยางที่สดใหม่สามารถรีดน้ำออกด้านข้างได้ดีกว่ายางที่ผ่านการใช้งานมานานจน หมดอายุขัย ยางรถยนต์นั้นอยากให้ทำความเข้าใจไว้เลยว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญสูงสุด ในการขับขี่ หากยางรถหมดสภาพจะทำให้การขับรถผิดเพี้ยนไปจากปกติจนอาจก่อให้เกิด อุบัติเหตุได้ง่ายๆโดยเฉพาะเมื่อขับท่ามกลางสภาพอากาศปิดในฤดูฝน ยางหัวโล้นเกิดจากดอกยางถูกบดใช้งานมานานจนไม่เหลือร่องยางสำหรับรีดน้ำ เมื่อนำมาใช้งานในฤดูฝนจะทำให้การยึดเกาะและการรีดน้ำย่ำแย่จนตามมาด้วย อุบัติเหตุ ลดความเร็วทุกครั้งที่ฝนตก เพิ่มระยะห่างจากท้ายรถคันข้างหน้า ไม่ขับจี้ท้าย การทิ้งระยะเผื่อเมื่อต้องใช้เบรกฉุกเฉินท่ามกลางสายฝนช่วยลดอุบัติเหตุชน ท้ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำ อย่าขับเร็วไม่ว่าจะขับบนไฮเวย์หรือกำลังลงทางลอดอุโมงค์ ร่องยางหรือดอกยางควรมีความลึกไม่ต่ำกว่า 1.5-2 มิลลิเมตร

ความเปียกลื่นบนผิวถนนในช่วงที่มีฝนตกทำให้ประสิทธิภาพการทรงตัวและการ ยึดเกาะถนนลดลง ตรวจสอบการสึกหรอของหน้ายางเมื่อพบว่าดอกยางเหลือไม่มากหรือใช้งานมานานก็ สมควรที่จะเปลี่ยนยางใหม่ทันทีไม่ต้องไปเสียดายเงิน การตรวจระดับความลึกของดอกยางจะมีระดับบอกการสึกหรอต่ำสุดของยางอยู่ ในกรณีที่ดอกยางสึกมากจนใกล้ถึงระดับดังกล่าวและมีความจำเป็นต้องขับรถฝ่า สายฝนต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ หลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยแอ่งน้ำ เนื่องจากประสิทธิภาพในการรีดน้ำของหน้ายางลดลง ทำให้เกิดอาการเหินน้ำทันทีหากห้อมาเต็มเหยียด ขีดบอกระดับต่ำสุดของดอกยางสามารถทำการทดสอบได้ด้วยการใช้ไม้บรรทัดเสียบลง ไปในร่องของดอกยาง ถ้าร่องดอกยางมีความลึกน้อยกว่า 2 มิลลิเมตรถือว่าอยู่ในระดับอันตราย ไม่ควรใช้งานยางเส้นนั้นอีกต่อไป อย่างที่เคยบอกเคยเขียนไว้ว่า ในฤดูฝนนั้น ร่องลึกของดอกยางมีความสำคัญ ยางหัวโล้นหรือยางที่ดอกยางเหลือน้อยจะทำให้การควบคุมพวงมาลัยและการทรงตัว รวมไปจนถึงประสิทธิภาพของการเบรกลดลงจนเข้าขั้นวิกฤติเลยทีเดียว

ระบบปัดน้ำฝน
ยางใบปัดน้ำฝนเมื่อผ่านการใช้งานนานวันเข้าท่ามกลางสภาพ อากาศในประเทศไทยที่ร้อนชื้น ยางปัดน้ำฝนจะเกิดการแข็งตัว ความยืดหยุ่นของเนื้อยางใบปัดน้ำฝนจะลดลงจนทำให้ปัดน้ำบนกระจกไม่หมด ก่อให้เกิดการบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ ควรเปลี่ยนยางใบปัดน้ำฝนใหม่ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ตรวจสอบทดลองการทำงานของใบปัดน้ำฝนว่ายังสามารถทำงานได้ปกติหรือไม่กดฉีดน้ำ ลงไปบนกระจกแล้วลองปัดดูว่าใบปัดน้ำฝนสามารถกวาดน้ำบนกระจกหน้าได้จนเกลี้ยง เกลาหรือไม่ สำหรับปุ่มฉีดน้ำเมื่อใช้ไปนานวันอาจมีตะกรันคราบจับจนน้ำไม่ฉีดออกมาหรือ เกิดการอุดตัน ให้ใช้เข็มหมุดเจาะลงไปในรู การปรับทิศทางของช่องฉีดน้ำบนกระจกก็ทำในลักษณะเดียวกันคือใช้ปลายเข็มหมุด จิ้มลงไปในรูแล้วค่อยๆ ปรับทิศทางของช่องให้ตรงกับกระจก เมื่อปุ่มฉีดน้ำและใบปัดน้ำฝนทำงานได้เป็นปกติ จะช่วยทำให้ทัศนวิสัยมุมมองเมื่อต้องขับตามหลังรถคันข้างหน้าท่ามกลางสายฝน ดีขึ้น

หากกดก้านที่ปัดน้ำฝนให้ทำงานแล้วเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดหรือครืดคราดสมควรต้องเปลี่ยนเพื่อป้องกันกระจกบังลมบานหน้าเป็นรอย

ไม่ ควรซื้อใบปัดน้ำฝนแบบที่เปลี่ยนเฉพาะยางปัดอย่างเดียว สมควรซื้อของดีๆ มีแบรนด์ไปเลยจะดีกว่ามาก ที่ปัดน้ำฝนของแท้แม้จะมีราคาสูงกว่าของเทียมแต่มีอายุการใช้งานยาวนานและมี ความทนทานกว่าของเลียนแบบราคาถูก ใบปัดน้ำฝนราคาถูกมีจุดยึดระหว่างโครงใบปัดกับก้านปัดน้ำฝนเป็นพลาสติก เมื่อโดนแดดจะกรอบแตก เนื้อยางใบปัดคุณภาพต่ำ ใช้ไปไม่นานก็เกิดอาการแข็งตัวทำให้ปัดน้ำออกไม่หมดหรือทำให้กระจกเป็นรอย

ถังพักน้ำที่มีมอเตอร์สำหรับฉีดจ่ายน้ำไปทำความสะอาดกระจกก็ควรตรวจสอบ ว่ายังทำงานดีอยู่หรือไม่ ส่วนใหญ่มอเตอร์ฉีดน้ำในถังจะเสียซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับรถเก่าอายุเยอะ หรือรถที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ประเภทขับอย่างเดียวไม่เคยสนใจไยดีอะไรทั้งสิ้น ก็มีอยู่เยอะมาก เมื่อพบว่าแรงดันน้ำเบาให้ตรวจเช็กว่ามีท่อยางรั่วหรือไม่ รวมทั้งเช็กสภาพถังพักและมอเตอร์ปั๊มน้ำฉีดกระจกด้วย หากพบว่ามีอุปกรณ์ชำรุดให้รีบเปลี่ยนใหม่ทันที ตรวจเช็กการทำงานของระบบไล่ฝ้าว่ายังทำงานตามปกติหรือไม่ ถ้าไม่ให้แก้ไขโดยเร็ว

ระบบไฟส่องสว่าง
เมื่อฝนตก ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดต่ำลงมาก หากขับรถตอนกลางคืนแล้วมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ระบบส่องสว่าง เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ไฟตัดหมอก ไฟห้องโดยสาร ทุกระบบต้องพร้อมใช้งาน ตรวจเช็กก่อนออกเดินทางโดยเฉพาะการขับรถตอนกลางคืนในฤดูฝนนั้นระบบไฟส่อง สว่างมีความสำคัญอยู่ในลำดับต้นๆของการใช้รถใช้ถนน การเปลี่ยนหลอดไฟหน้าให้สว่างกว่าค่ามาตรฐาน ไม่ได้ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองได้ดีเสมอไป โดยเฉพาะแสงสีขาวและสีฟ้า แม้จะดูเหมือนว่าหลอดใหม่ที่เปลี่ยนจะให้ความสว่างมากขึ้น แต่เมื่อฝนตกตอนกลางคืน แสงสีขาวและสีฟ้าจะสะท้อนกับละอองฝนจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงมาก เช่นเดียวกับการขับรถฝ่าหมอก แสงไฟโทนสีเหลืองเช่นไฟสปอตไลต์จะส่องสว่างได้มากกว่า เพราะแสงสีเหลืองมีการสะท้อนแสงน้อยกว่าแสงสีขาวหรือสีฟ้า


หากต้องขับรถไปในพื้นที่ที่ฝนตกเป็นประจำแถบคลองใหญ่ จ. ตราด หรือแถบ จ. กระบี่-ระนอง ที่มีฝนตกได้แทบจะทุกวัน ควรติดตั้งไฟสปอตไลต์สีเหลือง เมื่อฝนตก ไฟสปอตไลต์สีเหลืองจะช่วยเพิ่มมุมมองได้มากยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรเปิดพร่ำเพื่อและต้องปรับตั้งลำแสงให้เหมาะสมด้วยการกดลงต่ำเพื่อ ไม่ให้ไปแยงลูกตาคนขับรถที่แล่นสวนมา การใช้ไฟสปอตไลต์ที่ถูกต้อง เมื่อเห็นแสงไฟของรถที่สวนมาควรปิดไฟสปอตไลท์ของคุณทันทีเหมือนกับการปิดไฟ สูงเมื่อมีรถคันอื่นแล่นสวนทางมา หากไม่สนใจปิดเปิดคาเอาไว้แบบนั้น จะทำให้ตาของคนขับรถที่สวนมาพร่ามัวเฉียบพลัน ตามมาด้วยอุบัติเหตุชนประสานงาซึ่งก็เคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ในรถยนต์รุ่นใหม่มีไฟตัดหมอกด้านหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ไม่ควรเปิดสปอตไลต์หรือไฟตัดหมอกหากหมอกไม่ลงหรือฝนไม่ตกหนัก แต่หากฝนตกหนักก็สมควรเปิดไฟตัดหมอกหลังเพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นของรถคัน ข้างหลัง ทิ้งระยะกะให้พอดีไม่ขับจี้ท้าย หากรถคันหน้าเบรกหนัก คุณจะได้เบรกปกติหรือหักหลบได้ ไม่ใช่ขับจี้ท้ายแล้วเบรกหนักตามจนโดนชนท้ายจากรถคันข้างหลัง ไฟฉุกเฉินหรือไฟผ่าหมากนั้น แม้ทัศนวิสัยแย่มากๆ ก็ไม่ควรเปิดสัญญาณไฟกะพริบหรือไฟฉุกเฉิน การใช้งานสัญญาณไฟกะพริบหรือไฟฉุกเฉินให้ใช้เฉพาะรถจอดเสียเท่านั้น ไม่ควรจอดบนไหล่ทางและควรหาที่จอดที่ไกลจากไหล่ทางเพื่อความปลอดภัยของคุณ และผู้ร่วมทาง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom\
credit by :  http://www.thairath.co.th/content/501872

Read More...





ปรับปรุง
รายการบทความทั้งหมด



การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer






ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/




























































เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
...
วิธีบำรุงรักษารถยนต์,แนะนำการดูแลรถยนต์ป้ายแดงและรถมือสองให้ถูกวิธี,autopart,parts accessories,car accessories,auto accessories,parts category บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.