เปลี่ยนกระจกมองหลังให้ใหญ่ขึ้น..ดีจริงรึเปล่า


เปลี่ยนกระจกมองหลังให้ใหญ่ขึ้น..ดีจริงรึเปล่า


          ไขข้อสงสัย ทำไมกระจกมองหลังจึงมีขนาดเท่าที่เห็นกัน และวิธีปรับปรุงแก้ไขที่เหมาะสม

          สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์แล้ว กระจกมองข้างและกระจกมองหลังถือเป็นอีกอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเสริมความปลอดภัย ในการขับขี่ได้ดีไม่น้อย แม้ว่ามันจะถูกออกแบบมาเพื่อใช้มองในด้านหลังและด้านข้างโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ ต้องละสายตาจากถนนมากนัก แต่ก็ยังมีปัญหาคาใจอยู่ โดยเฉพาะกับกระจกมองหลังว่าทำไมค่ายรถยนต์ไม่ได้ออกแบบมันให้มีขนาดใหญ่และ กว้างกว่าที่เป็นอยู่ได้

          ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอไขข้อสงสัยว่าทำไมค่ายรถยนต์จึงไม่ออกแบบกระจกมองหลังให้มีขนาดใหญ่ อย่างที่หลาย ๆ คนอยากได้กัน ซึ่งก็เป็นเพราะว่ากระจกมองหลังที่อยู่ในรถยนต์นั้นถูกออกแบบเพื่อใช้ในการ มองกระจกหลังเป็นหลัก

          ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดที่ใหญ่โตเพื่อครอบคลุมกระจกข้างด้านหลัง และหากผู้ขับขี่อยากมองไปยังมุมด้านหลัง ก็ควรจะมองผ่านกระจกมองข้างหรือกระจกหูช้างจะดีกว่า ซึ่งกระจกทั้ง 3 ชิ้นนี้ ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานขับขี่ทั่วไปแล้ว


ภาพจาก quora

          อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะปรับกระจกไว้จนมองเห็นทุกมุมแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดบอด ด้วยเหตุนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จึงติดตั้งระบบตรวจจับจุดบอด ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีรถอยู่มุมด้านหลัง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น หรือหากใครไม่สบายใจกับขนาดของกระจกมองหลังเดิมจริง ๆ ก็สามารถมองหากระจกมองหลังขนาดใหญ่ได้ ซึ่งอาจจะไมได้ผลมากนักกับรถยนต์บางรุ่นที่มีเสา C-Pillar ค่อนข้างหนา ทำให้มีมุมมองกว้างไม่ต่างจากเดิมเท่าไรนัก

          กระจก มองข้างเองก็เป็นสิ่งที่ค่ายรถยนต์ปวดหัวกับมันไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากมันอยู่ภายนอกรถจึงมีส่วนในการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ ดังนั้นขนาดที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักทีเดียว เนื่องจากหากมันมีขนาดใหญ่ก็อาจไปลดค่าอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันน้อยลง แต่ถ้ามันมีขนาดเล็กจนเกินไป ผู้ขับขี่ก็ไม่สามารถใช้งานได้ถนัดนักเช่นกัน

credit by :  http://car.kapook.com/view110250.html?view=full

Read More...


Spira4u 3 ล้อ ตัวถังโฟม ประหยัดน้ำมันสุด ๆ


Spira4u 3 ล้อ ตัวถังโฟม ประหยัดน้ำมันสุด ๆ


          Spira4u ยานยนต์ 3 ล้อ รุ่นใหม่ น้ำหนักไม่ถึง 200 กิโลกรัม มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมถุงลมเสริมความปลอดภัย

          ขณะที่ค่ายรถยนต์รายใหญ่ทั้งหลายหาทางพัฒนานวัตกรรมด้านระบบขับเคลื่อนแบบ ใหม่เพื่อเสริมความประหยัด นักประดิษฐ์รายย่อยที่ฝันอยากสร้างรถยนต์เป็นของตัวเองกลับมีวิธีการสร้าง ยานยนต์ประหยัดพลังงานที่ทำได้มากกว่านั้น ด้วยการนำวัสดุน้ำหนักเบาที่ไม่มีใครคาดคิดอย่างโฟม ไฟเบอร์กลาส และพลาสติก มาสร้างเป็นยานยนต์แบบใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า สไปรา4ยู (Spira4u)
          สไปรา4ยู เป็นยานยนต์ 3 ล้อ ที่ออกแบบใหม่โดยหันไปใช้วัสดุน้ำหนักเบาและประหยัดอย่างโฟม ไฟเบอร์กลาส และพลาสติก รูปทรงที่โฉบเฉี่ยวสวยงาม ขนาดตัวเล็ก ยาวเพียง 2,700 มิลลิเมตร กว้าง 1,450 มิลลิเมตร สูงเพียง 1,250 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาเพียง 190 กิโลกรัม เท่านั้น เบาและแน่นหนาจนสามารถนำไปลอยน้ำได้



          ถึงแม้จะมีขนาดและน้ำหนักเบาแต่ก็มีอุปกรณ์ให้ใช้งานครบถ้วนทั้งระบบไฟส่อง สว่างหน้าหลัง ภายในออกแบบกว้างขวางเกินตัว สามารถนั่งได้สองคนแบบสบาย ๆ การขับขี่ก็ทำได้ง่ายโดยดัดแปลงระบบจากแฮนด์มอเตอร์ไซค์ที่หลายคนคุ้นเคย ส่วนด้านความแข็งแรงและความปลอดภัยมั่นใจได้กับโครงสร้างรูปรวงผึ้ง เสริมด้วยถุงลมนิรภัยที่ฝังไว้หลายตำแหน่งช่วยปกป้องผู้ขับขี่ได้แน่นอน

          ด้านระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยแบบเครื่องยนต์จะใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 150 ซีซี ซึ่งทำความเร็วสูงสุดที่ 85 กม./ชม. และมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 34 กม./ลิตร สามารถวิ่งได้ไกลถึง 300 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ส่วนรุ่นขับเคลื่อนไฟฟ้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 13 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กม./ชม. สามารถวิ่งได้ไกล 225 กิโลเมตรต่อการชาร์จครั้งหนึ่ง

          ยานยนต์สามล้อ สไปรา4ยู เป็นผลงานของนักประดิษฐ์ชาวสหรัฐฯ ที่ต้องการพัฒนายานยนต์ประหยัดพลังงานที่มีราคาถูกและปลอดภัย ลดความสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยานยนต์ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยทีมงานได้เข้ามาเริ่มพัฒนามันที่บ้านเกิด ก่อนจะเดินทางเข้ามาพัฒนาแบบเพื่อใช้งานจริงในประเทศไทยและประเทศจีนจน สำเร็จ รวมถึงคว้ารางวัล Automotive X Prize ปี 2012 ยืนยันความยอดเยี่ยมของพวกเขาด้วย

          สไปรา4ยู กำลังเข้าสู่กระบวนการทดลองผลิตจริง และจะเริ่มจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐฯ โดยรุ่นเครื่องยนต์มีราคาประมาณ 5,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 160,000 บาท) และรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีราคาประมาณ 9,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 292,000 บาท) ส่วนการจำหน่ายในต่างประเทศนั้นก็มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่พวกเขาใช้เป็นฐานการพัฒนาอยู่ระยะหนึ่ง ก็อาจได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายก่อนใครก็เป็นได้ครับ

credit by : http://car.kapook.com/view110255.html

Read More...


กูเกิล กับโครงการรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ



กูเกิล
กับโครงการรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ

อาร์มสันยืนยันว่า รอชซึ่งเป็นบริษัทประกอบรถยนต์มีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐ อเมริกา คือ ผู้ที่ผลิตรถยนต์ 2 ที่นั่งที่กูเกิลมีแผนใช้ในการทดสอบบนถนนสาธารณะภายในปีนี้
วันอาทิตย์ 25 มกราคม 2558 เวลา 01:40 น.

กูเกิลเริ่มต้นพูดคุยกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก และรวบรวมทีมงานของซัพพลายเออร์ทั่วโลกเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการผลักดันรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติออกสู่ตลาด โดย คริส อาร์มสัน หัวหน้าโครงการรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติของกูเกิล เปิดเผยว่า ซัพพลายเออร์ที่ทางกูเกิล ได้ทำการติดต่อมีทั้ง โรเบิร์ต บ๊อช ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางด้านระบบไฟฟ้า รวมถึงระบบเรดาห์ระยะไกล, แซดเอฟ ผู้ผลิตระบบพวงมาลัย, แอลจี อีเล็คทริค ผู้ผลิตอุปกรณ์แบตเตอรี่รวมถึงคอนติเนนทัล และ รอช

อาร์มสันยืนยันว่า รอชซึ่งเป็นบริษัทประกอบรถยนต์มีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐ อเมริกา คือ ผู้ที่ผลิตรถยนต์ 2 ที่นั่งที่กูเกิลมีแผนใช้ในการทดสอบบนถนนสาธารณะภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามทางกูเกิลไม่ได้สอบถามไปยังผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เพื่อที่จะผลิตรถคันนี้ แต่ก็มีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจมีความจำเป็นต้องมีการแข่งขันกันทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงในบางจุดที่ทางกูเกิลต้องการพันธมิตรที่จะสร้างรถยนต์ให้ทั้งคัน เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด

กูเกิลมีแผนที่จะทดสอบรถยนต์ต้นแบบที่ผลิตโดยรอช ในปีนี้ในสภาพการทดสอบแบบปิดโดยรถยนต์จะสามารถเดินทางไปได้โดยไม่มีพวงมาลัย เบรก หรือคันเร่ง หรือเรียกง่าย ๆ ว่ารถจะถูกขับด้วยตนเองโดยไม่มีผู้โดยสารที่เป็นมนุษย์อยู่ภายในห้องโดยสารนั่นเอง

สาเหตุที่ต้องทดสอบแบบดังกล่าวเนื่องจากตามกฎหมายของแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าการควบคุมรถจะต้องมีผู้ขับทดสอบ ซึ่งจะต้องคอยอยู่หลังพวงมาลัยขณะที่รถวิ่งไปตามถนนสาธารณะ

ดังนั้นอาร์มสันจึงคาดว่ารถยนต์ขับขี่อัตโนมัติรุ่นแรก จะพร้อมเข้าสู่สายการผลิตได้ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งก็ตรงกับที่ทางอีรอนมัคส์ ซีอีโอ ของเทสล่า มอเตอร์ เคยออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ แต่เขาก็กล่าวด้วยว่าปัญหาข้อกฎหมายที่ครอบคลุมถึงรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ อาจจะทำให้การเปิดตัวรถยนต์ชนิดนี้ล่าช้าออกไปจนถึงปี ค.ศ. 2022 หรือปี ค.ศ. 2023 เลยก็เป็นไปได้.

พีรพล กนิษฐะเสน

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/296228/กูเกิล+กับโครงการรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ

Read More...


เมื่อคันเร่งค้าง จะทำอย่างไร


คันเร่งหรือแป้นคันเร่งสำหรับคนที่ขับรถเป็นคงรู้จักและคุ้นเคยกับการใช้งานกันเป็นอย่างดี หน้าที่หลัก ๆ ของคันเร่งก็คือเพิ่มหรือลดความเร็วรอบของเครื่องยนต์อันจะส่งผลไปยังการเพิ่มขึ้นหรือลดความเร็วของรถยนต์ด้วย
ดังนั้นถ้าคันเร่งเกิดความผิดปกติหรือชำรุดย่อมส่งผลให้ผู้ขับรถไม่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จนอาจเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงตามมา

ระบบคันเร่งของรถยนต์นั้นถ้าแบ่งตามลักษณะการควบคุมมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือ “คันเร่งแบบกลไก” และ “คันเร่งไฟฟ้า” สำหรับคันเร่งแบบกลไกส่วนใหญ่อยู่ในรถรุ่นเก่า ๆ ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ข้อดีของคันเร่งแบบนี้อยู่ที่ออกแบบง่าย ซ่อมง่าย ราคาอะไหล่ถูก แต่ขาดความแม่นยำในการทำงานและความประหยัดเชื้อเพลิง

ส่วนคันเร่งแบบไฟฟ้าที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการควบคุม มีข้อดีในเรื่องความแม่นยำในการทำงานที่ดีกว่าและให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า แต่ตอนซ่อมยากและราคาอะไหล่แพง เพราะส่วนใหญ่ช่างมักยกชุดเปลี่ยนใหม่หมดเพราะง่ายกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบกลไกหรือแบบไฟฟ้าสามารถชำรุดได้เหมือนกัน

อาการที่ผิดปกติของคันเร่งที่มีคนขับรถมาโพสต์ถามกันเยอะ ๆ ในอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่อง “คันเร่งค้าง” มีทั้งอาการที่ “ไม่ได้กดคันเร่งเพิ่มขึ้นเลย แต่รอบเครื่องกลับเพิ่มสูงขึ้นเอง” หรือ “ถอนคันเร่งแล้ว แต่รอบเครื่องยนต์ไม่ยอมลดลง”

ในกรณีที่ไม่ได้กดคันเร่งแต่รอบเครื่องเพิ่มขึ้นเองนั้นพบว่าอาการนี้ถ้ารถจอดอยู่นิ่ง ๆ แล้วจากรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ที่ 700-800 รอบ/นาทีอยู่ความเร็วรอบก็เพิ่มสูงขึ้นไปเป็น 850-900 รอบ/นาทีจากนั้นรอบก็จะตกลงมาที่ 700-800 รอบ/นาทีอีก อาการนี้ถือว่าปกติคือเป็นการเพิ่มรอบเครื่องยนต์ขึ้นเพื่อชดเชยในการส่งกำลังไปการหมุนชุดคอมเพรสเซอร์แอร์ พอความเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งค่าไว้คอมเพรสเซอร์แอร์ก็จะตัดการทำงานรอบเครื่องยนต์จึงลดลง แต่ถ้าขับรถมาด้วยความเร็วปกติแล้วจู่ ๆ รอบเครื่องยนต์ก็เพิ่มสูงขึ้นเอง อันนี้แสดงว่าต้องมีอะไรสักอย่างในรถที่ทำงานผิดพลาด แต่อย่าเพิ่งไปโทษว่าเป็นเหตุจากเรื่องคันเร่งค้างอย่างเดียว เพราะอาจจะมีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบเกียร์ก็ได้ ดูได้จากความเร็วประกอบในการพิจารณาด้วย

โดยถ้ารอบเครื่องยนต์สูงขึ้นเองและความเร็วรถก็เพิ่มขึ้นด้วย อาการอย่างนี้สาเหตุน่าจะมาจากระบบควบคุมคันเร่งผิดปกติและจะเป็นกับรถที่ใช้คันเร่งไฟฟ้าได้มากกว่าคันเร่งแบบกลไก เนื่องจากมีการสั่งงานที่ผิดพลาดของระบบควบคุมทำให้มอเตอร์ของลิ้นปีกผีเสื้อเปิดมากขึ้นและหัวฉีดจ่ายน้ำมันมากขึ้น แต่ถ้ารถมีอาการรอบเครื่องยนต์เพิ่มสูงขึ้นโดยที่ความเร็วรถยังคงเท่าเดิม น่าเกิดจากระบบเกียร์ผิดปกติ โดยมีการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์สูงขึ้นเองคือ เปลี่ยนจากเกียร์ 5 ลงมาเป็นเกียร์ 4 จึงส่งผลให้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น

“ถอนคันเร่งแล้วแต่รอบเครื่องยนต์กลับไม่ลดลง” อาการแบบนี้สำหรับคันเร่งแบบกลไกอาจเป็นเพราะไม่ได้ใช้รถนาน ๆ หรือขาดการดูแลก็จะเกิดสนิมขึ้นในชุดสายคันเร่ง หรือตามข้อต่อในกลไกต่อต่าง ๆ หรือเส้นลวดที่ใช้ทำสายคันเร่งแตกจนทำให้เกิดความฝืดมากเกินกว่าที่สปริงดึงกลับของลิ้นปีกผีเสื้อทำงานได้ ทำให้ลิ้นปีกผีเสื้อเปิดค้างความเร็วรอบของเครื่องยนต์จึงไม่ลดลงเมื่อถอนคันเร่ง ส่วนรถที่ใช้คันเร่งไฟฟ้าอาจเกิดจากการส่งงานที่ผิดพลาดเช่นกัน ตัวอย่างที่เคยเจอมาเป็นกับรถที่เจ้าของนำไปล้างอัดฉีดทำความสะอาดห้องเครื่อง แล้วพนักงานล้างรถไม่ได้หาอะไรมาหุ้มป้องกันน้ำเข้าตรงจุดที่เป็นชิ้นส่วนของระบบไฟฟ้าด้วย แรงดันน้ำที่สูงจึงทำให้มีน้ำซึมผ่านเข้าไปภายในส่งผลให้ระบบควบคุมรวน เกิดอาการคันเร่งค้างเพราะมอเตอร์ควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อไม่ทำงาน

สำหรับวิธีแก้ไขกรณีคันเร่งค้างนั้นนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยได้ให้คำแนะนำ เมื่อพบว่ารถมีอาการคันเร่งค้าง ผู้ขับควรตั้งสติและพยายามใช้เบรกเพื่อชะลอความเร็วรถลง โดยในรถที่ใช้เกียร์อัตโนมัตินั้น ให้เปลี่ยนเกียร์มาตำแหน่งเอ็น (N) จากนั้นให้ดับเครื่องยนต์ แล้วปล่อยให้รถเคลื่อนตัวไปช้า ๆ สลับกับการแตะเบรกเป็นระยะ ๆ ส่วนรถเกียร์ธรรมดาให้ใช้เบรกช่วยชะลอความเร็ว โดยไม่ต้องใช้คลัตช์ เพราะจะทำให้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นจึงไม่สามารถลดความเร็วของรถลงได้เมื่อสามารถลดความเร็วได้ในอัตราที่ปลอดภัยให้เปลี่ยนนำเท้าซ้ายมาช่วยเหยียบเบรกและใช้ปลายเท้าขวางัดคันเร่งขึ้นมา หากงัดคันเร่งไม่ขึ้นก็ให้พยายามนำรถเข้าชิดริมข้างทางในบริเวณที่ปลอดภัยจนเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ จึงปิดสวิตช์การทำงานของเครื่องยนต์แต่ห้ามดึงกุญแจออกในขณะที่รถกำลังวิ่ง เพราะจะทำให้พวงมาลัยล็อกจนไม่สามารถบังคับทิศทางรถได้ อย่างไรก็ดีผู้ขับต้องมีสติและเรียนรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ กรณีคันเร่งค้างจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายร้ายแรงทำให้สามารถควบคุมเหตุฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย.

สมฤกษ์ รื่นสัมฤทธิ์
credit by : http://www.dailynews.co.th/Content/Article/293011/เมื่อคันเร่งค้าง+จะทำอย่างไร

Read More...


เปิดโลกยนตรกรรม : กุญแจ สำคัญไฉน


                           เรื่องของกุญแจรถยนต์เป็นเรื่องใกล้ตัว ยุคสมัยเปลี่ยนไปกุญแจก็เปลี่ยนไป ปัจจุบันรถยนต์ใหม่เมื่อซื้อเจ้าของจะได้รับกุญแจ 2 ดอกเท่านั้น นโยบายนี้เปลี่ยนไปจากก่อนหน้าที่มีกุญแจ 3 ดอก โดยรถรุ่นใหม่ๆ ของฮอนด้าได้เริ่มใช้นโยบายนี้มา 3-4 ปีแล้ว ในขณะที่ซื้อรถเงินผ่อนอดีตเราจะถูกยึดกุญแจไว้ที่ไฟแนนซ์ แต่ปัจจุบันไฟแนนซ์เลิกนโยบายยึดกุญแจลูกค้า เพราะว่ายึดไปแล้วมีปัญหาเวลาคืนเนื่องจากมีกุญแจมากมายต้องเก็บรักษาไว้ 3-4 ปี บางทีทำหายไปก็มาก และกุญแจก็ไม่ได้มีบทบาทมากในการยึดคืนรถจากลูกค้าเพราะข้อกฎหมายไม่เอื้อ ดังนั้นจำนวนของกุญแจที่ลูกค้ารถใหม่ได้รับก็ไม่ต้องมีมากนัก ประกอบกับกุญแจเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมมีฟังก์ชั่นมากกว่าแค่เปิดประตู เช่นมีรีโมทคอนโทรลร่วมด้วย และเรื่องรีโมทนี้ทำให้หลายคนเสียรู้กุญแจ

                          ไม่นานมานี้ก็มีรายงานข่าวเรื่องโจรกรรมรถโดยการกวนสัญญาณรีโมท ซึ่งทำให้รีโมทไม่ล็อก แล้วหัวขโมยก็แอบเข้าไปขโมยของในรถ

                          เรื่องนี้เป็นข้อจำกัดของรีโมทคอนโทรลที่ใช้ล็อกประตูรถ เป็นข้อจำกัดดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มิจฉาชีพอาศัยข้อจำกัดนี้หากิน ดังนั้นการล็อกประตูด้วยรีโมทอย่างถูกวิธี อย่างแรกคือ ต้องอยู่ไม่ห่างรถ เฉลี่ยระยะรีโมทที่ปลอดภัยต้องไม่เกิน 5 เมตร แต่เราจะเห็นว่ามีรีโมทบางชนิดบางยี่ห้อ มีระยะทำการล็อก 10-50 เมตร ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีมากนัก (ยกเว้นระยะค้นหารถ ที่อาจจะค้นหารถด้วยเสียงรีโมท จะทำการได้ไกลกว่าระยะล็อก)

                          เวลาซื้อรถควรพิจารณา หากได้รีโมทที่ทำการไกลมาก ตอนเปิดรถก็ไม่ควรอยู่ห่างเกินไป

                          “ทุกครั้งที่ล็อกประตูให้ตรวจสอบว่า ปิดล็อกตามสั่งของเราหรือไม่ โดยการดูไฟกะพริบด้วยสายตาและฟังเสียงจากสัญญาณล็อก โดยในโหมดล็อก ไฟเลี้ยวจะกะพริบ 2 ครั้งติดต่อกัน อีกคำสั่งหนึ่งไฟจะกะพริบครั้งเดียว (มาตรฐานของการกำหนดสัญญาณไฟกะพริบ 1 หรือ 2 ครั้ง อาจหมายถึงล็อก หรือ/และปลดล็อก แตกต่างกันตามผู้ผลิตนั้นๆ กำหนดไว้)

                          ในรถบางยี่ห้อ หากกระจกมองข้างเป็นไฟฟ้าและเชื่อมกับระบบกันขโมย กระจกทั้งสองข้างจะปิดพับลงกรณีนี้ก็สามารถมองที่กระจกได้ นอกจากนี้ เสียงที่เปิดเสียงไว้ แสดงการตอบรับว่า รีโมททำงาน เป็นการสื่อสารระหว่างระบบกับเจ้าของรถส่วนหนึ่ง การตรวจสอบด้วยสายตาจากการดูสัญญาณไฟกะพริบ และการเช็กด้วยการฟังเสียงสัญญาณจากตัวรถ ยังขึ้นอยู่กับว่า ใครจะตั้งระบบเอาไว้อย่างไร เมื่อกดรีโมทเพื่อล็อกแล้ว เช็กด้วยการเปิดประตูด้วยตัวเอง ให้แน่ใจว่ารถล็อกแล้วเท่านั้นก็ปลอดภัย

                          เรามักพบว่า มิจฉาชีพใช้ช่องว่างของรีโมทต่อรีโมทเพื่อกวนสัญญาณ เราจะทราบว่าเราโดนกวนสัญญาณได้ให้สังเกตในระหว่างโดนกวนสัญญาณ ระบบจะไม่ทำงาน (กดรีโมทแล้วรถไม่ยอมตอบสนอง) หากเกิดขึ้นไม่ต้องตกใจเพราะว่าการกวนจะทำได้เพียงช่วงขณะหนึ่งเท่านั้น และเราสามารถล็อกด้วยลูกกุญแจได้ปกติ ทั้งนี้ การกวนสัญญาณอาจจะไม่ได้เกิดด้วยความตั้งใจ เช่น ในพื้นที่แคบๆ ที่มีคลื่นวิทยุซ้อนกันหลายคลื่น ในลานจอดรถที่มีรถหลายๆ คันใช้สัญญาณพร้อมกัน หรือทั้งสองสถานการณ์ พื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ เช่น ลานจอดซึ่งในบริเวณนั้นมีคลื่นวิทยุทับซ้อนมาก

                          สำหรับรีโมทที่โดนกวนสัญญาณง่ายก็เป็นรถที่ใช้รีโมทแบบ “ซิงเกิล ซิกแนล” หรือระบบสัญญาณเดี่ยว ซึ่งเป็นรถที่ข้ามยี่ห้อก็กวนกันได้ กุญแจแบบซิงเกิลคืออะไร? เราสังเกตได้ว่ากุญแจรีโมทชนิดไหนเป็นอย่างไร ดูง่ายๆ ถ้าเป็นแบบสัญญาณเดี่ยว รีโมทจะฝังดอกกุญแจไว้กับรีโมท ส่วนรีโมทแบบสัญญาณคู่ หรือที่ใช้กับรถที่มีระบบเข้าประตูสมาร์ทเอ็นทรี ซึ่งจะมีลักษณะเด่นคือ ปุ่มกดที่มือจับ หรือมีระบบกดสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบนี้จะทำการรบกวนสัญญาณได้ยากขึ้น

                          ในคู่มือรถทุกยี่ห้อได้เขียนข้อควรระวังเรื่องของกุญแจและรีโมทไว้ชัดเจนว่า ก่อนจอดรถทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล เพื่อความปลอดภัยโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าล็อกรถยนต์แล้วเนื่องจากสัญญาณวิทยุของรีโมทอาจถูกกีดขวางได้

                          จากเรื่องของการกวนสัญญาณรีโมท มาสู่การล็อกประตูเพื่อป้องกันขโมย รถบางยี่ห้อที่ออกแบบระบบป้องกันขโมยมาอย่างดีจะมีการล็อกสองชั้น รถที่มีระบบล็อก 2 ชั้นมักมีปุ่มไฟฟ้า พร้อมกราฟฟิกกุญแจหรือรูปประตูแสดงไว้ สำหรับการกดล็อกอีกครั้งเมื่อคนขับอยู่ในรถหากล็อกด้วยระบบแบบนี้ ประตูอื่นๆ จะไม่สามารถเปิดประตูจากด้านในได้ การล็อกสองชั้นแบบนี้สามารถกดจากรีโมท กดปุ่ม 2 ครั้งภายใน 3 วินาที

                          กรณีที่รถที่ล็อกแล้วจอดรถเป็นเวลานานๆ ด้วยรีโมทคือนานเป็นเดือนหรือสัปดาห์ รีโมทอาจไม่ทำงาน ทางแก้ไขคือ ต้องปลดล็อกด้วยกุญแจก่อนที่รีโมทจะกลับมาทำงานเหมือนเดิมเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว   รถยนต์แต่ล่ะค่ายก็มีระบบแตกต่างกันไป ทางที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียรู้กุญแจและรีโมท ควรกลับไปศึกษาข้อมูลต่างๆ เรื่องการล็อกและรีโมทโดยละเอียดหรือปรึกษาแผนกเทคนิคของศูนย์บริการ

credit by : http://www.komchadluek.net/detail/20150110/199161.html

Read More...


รอบรู้ ‘หลักเอาตัวรอด’ ป้องกันภัยรถมีปัญหาในลานจอด


ช่วงเวลานี้แม้จะผ่านวันขึ้นปีใหม่มาแล้ว แต่บรรยากาศการมอบของขวัญให้แก่กันยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่ยังมีผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกันแน่นขนัด ซึ่งห้างสรรพสินค้านับเป็นสถานที่ที่สะดวกสบายที่สุดเพราะมีข้าวของเครื่องใช้ครบทุกประเภท แต่สิ่งหนึ่งที่พึงระวังคือ การเกิดอุบัติเหตุในลานจอดรถ ไม่ว่าจะเกิดจากความประมาทของตัวเราเองหรือความผิดพลาดของเครื่องยนต์ สิ่งสำคัญคือ การมีสติและรู้หลักแก้ไขเพื่อเอาตัวรอดเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง

โดย ปรีดา ตันเต็มทรัพย์ ประธานฝ่ายเทคนิคราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายว่า ช่วงนี้เรามีการเดินทางเข้าออกห้างสรรพสินค้าบ่อยเพื่อซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญหรือของใช้ตกแต่งบ้าน สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือตรวจสอบในรถว่าไม่มีขวดน้ำอยู่ที่พื้น เพราะเวลาเราขับรถขึ้นหรือลงลานจอดรถภายในห้างสรรพสินค้าจะมีทางลาดชัน ขวดน้ำมีโอกาสกลิ้งลงมาค้ำที่ใต้แป้นเบรกรถได้ โดยเฉพาะสุภาพสตรี

ผู้หญิงส่วนใหญ่มีความสูงไม่มากนัก เวลาขับรถยนต์ต้องปรับเบาะให้สูงขึ้นมา ทำให้มีช่องว่างใต้เบาะนั่งกับพื้นรถมากขึ้น ฉะนั้นแล้วอะไรที่อยู่ใต้เบาะก็มีโอกาสกลิ้งออกมาเมื่อรถวิ่งลงเนินและมีโอกาสที่จะไปติดอยู่ที่ใต้แป้นเบรก เมื่อขวดน้ำไปค้ำที่ใต้แป้นเบรกจะทำให้เราเหยียบเบรกไม่ได้ ที่สำคัญรองเท้าส้นสูงก็ไม่ควรใส่ขับรถ ควรเป็นรองเท้าส้นเตี้ยหุ้มส้นหรือรัดส้น หรือกรณีที่เปลี่ยนจากรองเท้าส้นสูงมาเป็นรองเท้าส้นเตี้ยขับรถแล้ว ไม่ควรทิ้งรองเท้าส้นสูงไว้ตรงเบาะคนขับ เพราะโอกาสที่รองเท้าจะไหลไปค้างที่ใต้แป้นเบรกก็มีเช่นกัน กรณีนี้แนะนำให้หากล่องมาใส่เก็บไว้ท้ายรถให้เรียบร้อย

แต่ถึงแม้ว่าเราจะมีความรอบคอบดีแล้วก็ตาม โอกาสเกิดผิดพลาดก็ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวเครื่องยนต์ของรถหรือความประมาทของตัวเราเอง สิ่งสำคัญที่สุดยังหนีไม่พ้นเรื่องขวดน้ำที่สร้างปัญหาพอสมควร เพราะการเดินทางต้องมีดื่มน้ำในรถอยู่แล้ว แต่การเก็บต้องไม่ใช่เป็นการเก็บแบบง่าย ๆ โดยไม่คิด ขอให้เสียเวลานิดหนึ่งและหาที่เก็บที่จะไม่ทำให้ขวดน้ำตกไปที่พื้นและกลิ้งมาข้างหน้า ผู้โดยสารที่นั่งด้านหลังก็เช่นกันเมื่อดื่มน้ำเสร็จแล้วควรเก็บให้ดีอย่าให้กลิ้งมาสร้างปัญหาให้การขับรถเป็นอันขาด ยิ่งการเดินทางไกลจะมีโอกาสนำขวดน้ำมาไว้ในรถสูงเพราะต้องดื่มระหว่างเดินทาง และหากไปเที่ยวตามภูเขาหรือขึ้นดอยต่าง ๆ ขวดน้ำจะมีโอกาสกลิ้งมาที่แป้นเบรกได้เหมือนกัน

ขณะที่รถกำลังลงเนินเชื่อว่าคนขับจะต้องนำเท้ามาวางที่หน้าแป้นเบรก แต่ถ้าขวดน้ำไหลมาอยู่ใต้แป้นเบรก ให้พยายามเหยียบเบรกสู้กับขวดน้ำ เพราะถ้าเราแพ้ขวดน้ำจะอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน และหากรู้สึกว่าดันแป้นเบรกไม่ไหวให้ใช้เบรกมือช่วยถึงแม้รถจะเสียการทรงตัวบ้างแต่ก็ถือว่ายังเบรกรถอยู่และใส่เกียร์ว่าง นอกจากนี้พยายามมีสติรู้ว่าเรากำลังดันอะไรอยู่ พร้อมหาวิธีทำให้มันไหลกลับออกมาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

อีกกรณีคืออาการคันเร่งค้างเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น รถยนต์บางคันมีพรมวางเท้าเยอะมาก วางทับกันอยู่หลายชั้น บางทีหากนำรถไปล้าง ซึ่งคนล้างต้องเอาพรมออกไปทำความสะอาด และอาจนำกลับมาวางไม่ถูกต้อง คือวางทับบนคันเร่ง ซึ่งพบได้บ่อย และเราไม่ทันสังเกตก็ขับรถออกมาเลย กรณีนี้

อย่าลืมว่าเท้าขวาของเรากล้ามเนื้อมีพลังพอสมควรที่จะเหยียบคันเร่งลงไปทั้ง ๆ ที่คันเร่งมีพรมวางเท้าทับอยู่ แต่ตอนที่ยกเท้าออกจากคันเร่ง สปริงของคันเร่งไม่ได้สร้างไว้แข็งแรงให้ดีดกลับ

สังเกตว่าขณะเหยียบเท้าลงไปบนคันเร่งและลองปล่อยเท้าขึ้น แป้นคันเร่งจะดีดคลายออกมา ซึ่งสปริงที่ดีดกลับคืนมาไม่ได้แข็งแรงมาก ถ้ามีการเอาพรมไปวางทับไว้บนคันเร่ง มันอาจจะสู้ความหนืดของพรมไม่ไหวทำให้กลายเป็นคันเร่งค้าง หรืออาจจะเกิดจากความผิดพลาดของระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถ สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นไปได้ทั้งสิ้นแต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก โดยรวมแล้วส่วนใหญ่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมั่นใจว่าเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์

หากเราต้องประสบกับอาการคันเร่งรถค้างขณะขับรถยนต์ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือใส่เกียร์ว่าง ไม่ว่าจะเป็นรถเกียร์ออโต้หรือเกียร์มือ เพราะขณะเราขับรถอยู่หากเข้าเกียร์ว่างและเหยียบคันเร่ง ถ้าอาการคันเร่งค้างมันจะมีแต่รอบแต่รถไม่วิ่งไปไหน หรือเหมือนกับเราจอดรถอยู่กับที่ในเกียร์ว่างแล้วเหยียบคันเร่ง กรณีนี้ให้คิดไว้เสมอว่าเบรกที่เท้ายังทำงานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้เบรกมือ เพราะรถอาจจะเสียการทรงตัวเนื่องจากเบรกมือมันจะล็อกล้อด้านหลังเวลาเราเลี้ยวรถจะทำให้ท้ายรถปัด

อีกกรณีที่ต้องเอ่ยถึงคือ อาการเบรกจมหรือเบรกแตกนั่นเอง สาเหตุหลักเกิดจากมีรอยรั่วแล้วทำให้น้ำมันเบรกไหลออกไปจึงเกิดอาการเบรกจม เพราะว่าวงจรของเบรกเป็นวงจรปิด หมายถึงมีอะไรรั่วซึมไม่ได้เลยจะทำให้เบรกใช้งานไม่ได้ ดังนั้นถ้าเราเหยียบแล้วเบรกจม สิ่งที่ควรจะทำให้ใช้เบรกมือหรือลองปั๊มที่แป้นเบรกดูเพราะอาจจะมีน้ำยาเบรกเหลืออยู่ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรหมั่นนำรถไปตรวจสอบกับศูนย์อย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสอบน้ำมันเบรกด้วยตัวเองถือว่าง่ายมาก เราสามารถตรวจได้อาทิตย์ละครั้งหรือก่อนออกเดินทางไกลถ้าเห็นว่าพร่องลงมากหรือแม้แต่นิดเดียวก็ควรรีบนำเข้าไปเช็กที่ศูนย์ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ปกติน้ำมันเบรกมันจะไม่พร่องจนเห็นชัดเพียงแค่อาทิตย์เดียว อย่างเช่นอาทิตย์ที่แล้วยังไม่พร่องแต่มาอาทิตย์นี้พร่องแล้ว แสดงว่ามีปัญหาแน่นอน นอกจากนี้การนำรถยนต์เข้าตรวจที่ศูนย์ตามระยะที่กำหนดไว้จะเป็นสิ่งที่ทำให้การขับขี่รถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้น

การตรวจรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นการตรวจตามเข็มไมล์ ตรวจตามอายุของอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละชิ้นมีอายุไม่เท่ากันไม่ได้หมดพร้อม ๆ กัน หากชิ้นไหนจำเป็นต้องเปลี่ยนควรเปลี่ยนอย่าเสียดายเงิน ควรให้ความสำคัญตรงนี้เพราะชีวิตเราและคนที่เรารักต้องพึ่งพารถยนต์ จึงต้องบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หรือใครที่ไม่ได้เลือกตรวจศูนย์แต่ใช้ช่างทั่วไปก็ไม่เสียหายอะไร แต่ต้องเข้าใจว่าอุปกรณ์หรืออะไหล่รถที่ใช้ต้องเป็นมาตรฐานจากศูนย์ บ่อยครั้งจะมีของให้เลือกระหว่างของแท้กับของเทียม ซึ่งบางครั้งช่างจะแนะนำว่าของเทียมก็ใช้ได้และประหยัดด้วย แต่อยากให้คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สมควรประหยัดหรือไม่ เพราะเราจะต้องฝากชีวิตไว้ ดังนั้นถึงแม้จะใช้ช่างที่ไม่ใช่ช่างศูนย์แต่ขอให้ใช้อุปกรณ์ของแท้จริง ๆ ก็ถือว่าปลอดภัยอีกระดับหนึ่ง

สุดท้าย ไม่มีใครที่จะรู้ดีไปกว่าคนขับรถ หากพบว่ามีสิ่งผิดปกติแตกต่างจากทุกวันควรรีบนำรถไปให้ช่างตรวจสอบทันทีอย่าผัดวันประกันพรุ่งหรือรอจนถึงวันนัดของทางศูนย์ เพราะเราไม่ทราบว่าสิ่งผิดปกติซึ่งเป็นเหมือนสัญญาณการเตือนนั้นจะสำคัญมากแค่ไหน อาจจะบ่งบอกถึงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได้ และสำหรับเทศกาลปีใหม่นี้เราคงหนีไม่พ้นเรื่องการดื่มเฉลิมฉลอง ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายทั้งสิ้น ดังนั้นคนดื่มกับคนขับรถควรจะเป็นคนละคนกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน นั่นคือผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันนั่นเอง...

ชญานิษฐ คงเดชศักดา

credit by :  http://www.dailynews.co.th/Content/Article/291961/รอบรู้+‘หลักเอาตัวรอด’+ป้องกันภัยรถมีปัญหาในลานจอด

Read More...





image

ปรับปรุง
รายการบทความทั้งหมด



การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer






ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

















เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
...
วิธีบำรุงรักษารถยนต์,แนะนำการดูแลรถยนต์ป้ายแดงและรถมือสองให้ถูกวิธี,autopart,parts accessories,car accessories,auto accessories,parts category บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.