เว็บประกาศขายสินค้าแนว เว็บบอร์ด เข้าไปใช้บริการฟรี มีสินค้าอะไร อยากโปรโมท อยากขายสินค้า แบบฟรีๆ

10 พฤติกรรมขับรถสุดแย่ที่พบเป็นประจำ

     "อุบัติเหตุ" แม้ว่าจะไม่มีใครอยากให้เกิด แต่หากผู้ใช้รถใช้ถนนยังมีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่แล้วล่ะก็ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิด
     วันนี้ Sanook!Auto มี 10 พฤติกรรมขับรถสุดแย่มาฝากกันครับ


     10 พฤติกรรมขับรถสุดแย่ที่พบเป็นประจำ
     1. เปิดไฟตัดหมอกทิ้งไว้
     ไฟตัดหมอก เป็นอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยในสภาวะที่มีหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก เพื่อให้รถคันอื่นสามารถเห็นรถของเราได้จากระยะไกล แต่ปัจจุบันกลับมีผู้เปิดใช้ไฟตัดหมอกอย่างพร่ำเพรื่อ แม้ในสภาพอากาศปกติ ซึ่งแสงที่ได้นั้นทำให้รบกวนสายตาผู้ขับขี่คันอื่นเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อต้องขับตามหลังเป็นเวลานานๆแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

     2. ไม่ใช้สัญญาณไฟเลี้ยว
     ไฟเลี้ยวเป็นอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยยามต้องการเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน แต่เดี๋ยวนี้กลับมีผู้ขับขี่จำนวนมากที่เปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวโดยไม่เปิดไฟ เลี้ยว ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก เพราะมักจะทำให้รถคันที่อยู่ในเลนตกใจอยู่บ่อยๆ

     3. ขับช้าแต่แช่ขวา
     พฤติกรรมขับรถแช่ในช่องจราจรด้านขวา ก็เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้บ่อยขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของคนขับก็ตาม เนื่องจากกฏหมายกำหนดให้เลนขวามีไว้สำหรับการแซงเท่านั้น ซึ่งแช่ขวาจะทำให้ผู้ขับขี่ที่ขับเร็วกว่า ต้องแซงขึ้นไปทางด้านซ้ายแทน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่า

     4. ขับรถจี้หลังกระชั้นชิด
     การขับรถจี้คันหน้าถือเป็นพฤติกรรมที่ก่อความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ และยังถือว่าเป็นมารยาทที่แย่อีกด้วย ทางที่ดีควรเว้นระยะคันหน้าประมาณ 2 วินาที หรืออาจน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับสภาพจราจร หรือหากต้องการแซง ก็ควรใช้ไฟสูงขอทางแทนดีกว่า หรือหากไม่หลบก็แซงซ้ายไปเลยเมื่อสภาพจราจรเอื้ออำนวย

     5. แซงกระชั้นชิด
     การแซงกระชั้นชิดไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เป็นพฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ ทางที่ดีก่อนแซงควรกะระยะของคันที่สวนมาให้แน่ใจว่ามีระยะทางมากพอให้เร่ง แซง ที่สำคัญคือเมื่อแซงพ้นแล้ว ควรรีบกลับไปยังช่องทางเดินที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว แต่อย่าลืมว่าต้องให้รักษาระยะห่างไว้ด้วย


     6. เปิดไฟสูงค้างไว้
การเปิดไฟสูงค้างไว้ ส่วนมากเกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งขับรถยนต์ใหม่ๆ ที่ยังใช้อุปกรณ์ภายในรถได้ไม่คล่องแคล่ว ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อรถที่สวนมาอย่างมาก เพราะไฟสูงมีความเข้มของแสงสูง ทำให้สายตาพร่ามัวชั่วขณะได้ เป็นอันตรายต่อผู้ร่วมทางอย่างยิ่ง

     7. ขับรถด้วยความเร็วเกินกฏหมายกำหนด
     ทางหลวงหลายๆเส้น มักอนุโลมให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 กม./ชม. ซึ่งก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การขับรถด้วยความเร็วสูงมากๆนั้น จะทำให้มีเวลาตัดสินใจน้อยลงหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา หลายๆประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีโฆษณาออกมาเพื่ช่วยรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม เพราะการขับรถเร็วถือเป็นปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็น อันดับต้นๆ

     8. แทรก/เบียด/ปาดหน้าก่อนถึงทางร่วมทางแยก
     สิ่งที่พบเห็นได้เสมอๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลารถติดหนัก คือจะมีรถส่วนน้อยที่ไม่อดทนต่อแถวในเลนตามการจราจรปกติ แต่จะใช้วีธีแทรกหรือเบียดหัวแถว บริเวณก่อนถึงทางแยกเล็กน้อย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจพอๆกับแซงคิวซื้อของนั่นแหละ เพราะนอกจากจะเป็นการกีดขวางจราจรเลนอื่นแล้ว ก็จะทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้ากว่าปกติเมื่อได้สัญญาณไฟเขียวอีกด้วย เพราะต้องปล่อยให้คนกลุ่มนี้แซงไปก่อนนั่นเอง

     9. เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อวิ่งตรงบนทางแยก
     มีผู้ขับขี่ไม่น้อยที่มีเจตนาดีด้วยการเปิดไฟฉุกเฉินก่อนถึงทางแยก เพื่อบอกให้ผู้ร่วมทางรู้ว่า "ฉันจะขับตรงไปนะ!" แต่เจตนาดังกล่าวไม่มีประโยชน์เลยแถมยังก่อให้เกิดความเสี่ยงอีกด้วย เนื่องจากรถทางด้านซ้ายและขวาจะเห็นไฟกระพริบเพียงข้างเดียว ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าผู้ขับจะเลี้ยวซ้ายหรือขวามากกว่าที่จะขับตรงไป ซึ่งโดยปกติหากต้องการขับรถตรงไป ก็ไม่จำเป็นจะต้องเปิดสัญญาณใดๆอยู่แล้ว

     10. เมาแล้วขับ
     แม้ว่าปัจจุบันจะมีการรณรงค์ต่อต้านการเมาแล้วขับอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังสามารถพบเห็นได้อยู่บ่อยๆ เพราะบางครั้งคนขับจะคิดว่าตัวเองแค่รู้สึกมึนๆ แต่ไม่ถึงกับเมา (ซึ่งก็คือเมานั่นแหละ!) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยิ่ง และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้

     เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ 10 พฤติกรรมการใช้รถที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นสามัญสำนีกของผู้ใช้รถยนต์ทุกคนอยู่แล้ว ฉะนั้นเราจึงควรปฏิบัติตามกฏจราจร เพื่อให้การเดินทางบนท้องถนนเป็นเรื่องปลอดภัยมากขึ้นครับ

Read More...


เทคนิคการนั่งรถตู้ให้ปลอดภัย

     สาธารณะถือเป็นขนส่งมวลชนรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่กลับได้ยินข่าวอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของคนขับรถตู้อยู่เรื่อยๆนะครับ หากว่าเราหลีกเลี่ยงที่จะต้องใช้บริการรถตู้โดยสารไม่ได้
     วันนี้ Sanook!Auto มีข้อแนะนำการนั่งรถตู้ให้ปลอดภัยมาฝากครับ



     1.ใช้บริการรถตู้ถูกกฏหมาย
     วิธีสังเกตรถตู้ที่วิ่งถูกกฏหมายง่ายๆคือ แผ่นป้ายทะเบียนต้องเป็นพื้นสีเหลือง หมายเลขทะเบียนสีดำ ด้านข้างระบุชื่อผู้ประกอบการขนส่งและเครื่องหมายการเข้าร่วมบริการ พร้อมระบุชื่อเส้นทางและหมายเลขเส้นทางอย่างชัดเจน

     2. เลือกตำแหน่งที่นั่งให้ดี
     หากเป็นไปได้ ควรเลือกตำแหน่งเบาะนั่งทางด้านขวาของรถ ให้อยู่ฝั่งเดียวกับผู้ขับ ซึ่งค่อนข้างปลอดภัยกว่าตำแหน่งอื่น ควรหลีกเลี่ยงการนั่งใกล้ประตูรถ เนื่องจากประตูอาจเปิดออกขณะเกิดอุบัติเหตุ อาจส่งผลให้ผู้โดยสารถูกเหวี่ยงออกนอกรถได้

     3. คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
     ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง เนื่องจากเข็มขัดนิรภัยจะเป็นตัวยึดให้ผู้โดยสารแนบอยู่กับเบาะนั่ง ป้องกันการถูกเหวี่ยงกระเด็นออกนอกตัวรถ ก่อให้เกิดอันตรายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

     4. หลีกเลี่ยงการงีบหลับ
     หลายคนที่ต้องโดยสารรถตู้เป็นระยะทางไกลๆๆ มักใช้เวลาในรถตู้ไปกับการนอนหลับ แต่นั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ คุณแทบจะไม่มีสติในการช่วยเหลือตนเองเลย ทางที่ดีควรหากิจกรรมอื่นๆทำแทนเช่น ฟังเพลง เล่นเกม หรือคุยโทรศัพท์เบาๆเป็นต้น

     หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ เราสามารถลดโอกาสเสี่ยงในการบาดเจ็บได้ ด้วยการก้มศีรษะลงหรือโน้มไปทางด้านหน้า เก็บศอกให้ชิดลำตัวมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะและลำคอถูกเหวี่ยงและกระแทก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้

     เพียงเท่านี้ การโดยสารรถตู้สาธารณะก็จะมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นแล้วครับ

credit by :  http://auto.sanook.com/6259/เทคนิคการนั่งรถตู้ให้ปลอดภัย/

Read More...


วิธีถนอม ‘แอร์รถยนต์‘ ง่ายๆ ไร้กลิ่นอับ

     ระบบแอร์ในรถยนต์นั้น ถือว่ามีความสำคัญต่อผู้ที่อยู่ในรถอย่างยิ่ง เนื่องจากเราต้องสูดดมอากาศที่ได้จากระบบปรับอากาศอยู่ตลอดเวลา แล้วรู้ไหมว่าแอร์รถเรานั้นอาจเต็มไปด้วย 'เชื้อโรค' วันนี้ Sanook!Auto ขอนำวิธีการใช้งานระบบปรับอากาศในรถยนต์ที่ถูกต้องมาฝากกัน 

  • ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า สวิตช์แอร์ถูกปิดอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมแอร์ทำงานโดยเปล่าประโยชน์

Read More...


เกียร์ออโต้ อันตรายถึงชีวิตจริงหรือ?


     เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องของรถที่ พุ่งลงแม่น้ำ หรือตกลงมาจากตึก จนเป็นเหตุสลดตามหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวอยู่เรื่อยๆ ซึ่งบ่อยครั้งที่มักลงเอยด้วยการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ 'เกียร์อัตโนมัติ' ได้อย่างไร
   
     รถตกน้ำ-ตกตึก สาเหตุเกิดจากอะไร
     ผู้ขับขี่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากเราขยับคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง D รถจะสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เอง โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ซึ่งปกติรถจะทำความเร็วได้ประมาณ 10 กม./ชม. และอาจมากกว่านั้นหากเป็นทางลาด

     สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการเข้าเกียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะคันเกียร์สามารถขยับจากตำแหน่งว่าง (N) มาเป็น D ได้โดยไม่ต้องกดปุ่ม การเอี้ยวตัวไปหยิบสิ่งของในรถ อาจทำให้อวัยวะบางส่วนของร่างกาย ไปเลื่อนตำแหน่งคันเกียร์จาก N ไปยัง D โดยไม่ตั้งใจ รถจึงเคลื่อนที่ได้เองโดยไม่รู้ตัว

     หากผู้ขับขี่มีความชำนาญก็จะเหยียบเบรคในทันที ทำให้ไม่เกิดความเสียหายใดๆ แต่ผู้ขับขี่ที่ไม่ชำนาญ อาจตัดสินใจในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ถูก และเผลอไปเหยียบคันเร่งซ้ำเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเบรค ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเกิดอุบัติเหตุตามมา

        

      อีกกรณีหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุคล้ายๆกัน นั่นคือ การ จอดรถในตำแหน่งเกียร์ D โดยไม่เหยียบเบรค แต่ใช้ทางเนินลาดชัน หรือร่องถนน หรือที่ห้ามล้อใดๆก็แล้วแต่ (ลองนึกถึงขอบปูนสำหรับถอยหลังเข้าซองตามห้างสรรพสินค้า) เป็นตัวยับยั้งไม่ให้รถเคลื่อน โดยหารู้ไม่ว่าการตัดต่อของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์ มีผลทำให้กำลังของรถเพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อแอร์ตัด รถจะสามารถเคลื่อนที่ผ่านสิ่งกีดขวางเหล่านั้นได้เอง โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง

     อันตรายขนาดนี้วิธีป้องกันทำอย่างไร
     จริงๆแล้วการใช้เกียร์อัตโนมัติไม่ได้อันตรายขนาดนั้น เพียงแต่ผู้ขับต้องไม่ประมาท และปฏิบัติขั้นตอนการขับขี่อย่างถูกวีธี

     หากผู้ขับจำเป็นต้องเอื้อมหรือหันตัวไปทางด้านข้างหรือด้านหลัง ควรใส่เกียร์ที่ตำแหน่ง P เสียก่อน เพื่อป้องกันการเข้าเกียร์โดยไม่ตั้งใจ และไม่ควรใช้ขอบปูน หรือที่ห้ามล้อใดๆเป็นตัวช่วยไม่ให้รถเคลื่อนโดยไม่เหยียบเบรค เนื่องจากรถยังมีแรงส่งตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

     สำคัญที่สุดคือการใช้รถอย่างชำนาญ เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ถูกวิธี การสับสนกันระหว่างแป้นคันเร่งและเบรคอาจดูเป็นเรื่องตลกสำหรับผู้ชำนาญ แต่เกิดขึ้นจริงกับมือใหม่หัดขับทั้งหลาย ซึ่งต้องได้รับการเรียนรู้จนเกิดเป็นความเคยชิน

ขอบคุณภาพจาก Matichon Online

Read More...


ขับรถช้า ต้องระวัง ผิดกฏหมายเช่นกัน!

     การช้า แล้วทิ้งระยะห่างรถคันหน้ามากๆ ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะครับ วันนี้ Sanook!Auto ขอยกตัวอย่างให้ดูกันครับ


     เริ่มแรกเลย หากว่าคุณขับรถทิ้งระยะมากๆนั้น รถคันหลังจะพยายามแซงคุณขึ้นมา เพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุให้ผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว
     อุบัติเหตุบนท้องถนนกว่า 80% นั้น เกิดจากพฤติกรรมการใช้ถนนที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งกว่า 11 % มาจากการแซงซ้าย

Read More...


ขี่จักรยานใน กทม. อย่างไรให้ปลอดภัย


     ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้จักรยานในการเดินทางเมื่อไม่ต้องเร่งรีบและไม่มีเวลา เป็นตัวกำหนดในการเดินทาง มีหลายครั้งที่หลีกเลี่ยงและเลือกไม่ได้ที่จะต้องปั่นจักรยานบนถนนใน ซึ่งมือใหม่หลายท่านมองว่าเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ ท้าความตาย และน่าอันตราย แต่เหรียญย่อมมี 2 ด้านฉันใด ในวิกฤติก็มีโอกาสสำหรับผู้มองเห็นโอกาสเช่นกัน

Read More...


เตือน 10 จุดอันตรายบนทางหลวง

เมื่อพูดถึง สงกรานต์ แล้วทุกคนต้องนึกถึงวันครอบครัวที่ทุกคนต้องมาเจอกันพร้อมหน้า เพราะหนึ่งปีจะมีหยุดยาวๆแบบนี้สักครั้ง การเดินทางจึงเต็มไปด้วยรถเต็มถนนไปหมด และสิ่งที่ตามมาในการใช้รถใช้ถนนนั้นก็คือ “อุบัติเหตุ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครๆต่างก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

ดังนั้นคุณจะต้องศึกษาเส้นทางเป็นอย่างดีก่อนออกเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงในการประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน วันนี้ทางทีมงาน Sanook! Auto จึงนำข้อมูลดีๆเรื่อง จุดอันตรายบนทางหลวง มาดูกันว่าจุดไหนควรที่จะเลี่ยงกันบ้าง


10 จุดอันตรายบนทางหลวง มีดังต่อไปนี้

1.กม.77-78 ทล.1 ถ.พหลโยธิน ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นทางโค้ง

2.กม.27-30 ทล.2 ถนนมิตรภาพ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นทางลงเขาลาดชันคดโค้งหักมุมต่อเนื่อง

3.บริเวณ จุดก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 ระหว่าง กม.18-18 (ขาเข้าและขาออก) เป็นช่องทางเบี่ยง อยู่ระหว่างก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ

4.โค้งหัวสะพาน (ขาล่องใต้) ทล.4 กม.151-152 ต.หัวสะพาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นทางโค้ง

5.ทาง หลวงหมายเลข 331 กม.125-126 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นทางลงเนินและมีทางแยกซับซ้อนทำให้รถที่วิ่งลงเนินมา เมื่อเจอกับรถที่ออกจากทางแยก ซอย ไม่สามารถหยุดรถได้ทันจึงเกิดเหตุชนกัน

6.ทาง หลวงหมายเลข 304 กบินทร์-ปักธงชัย ระหว่าง กม.42-46 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สภาพเป็นทางขึ้นลงเขาลาดชัน โค้งตัวเอส มี 2 ช่องจราจร

7.ทางหลวงหมายเลข 12 กม.14-15 (เนินห้วยหินฝน) ต.แม่ปัก อ.แม่สวด จ.ตาก เป็นทางโค้งลงเนิน ชันและหักศอก

8.ทาง หลวงหมายเลข 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ระหว่าง กม.30-40 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นทางลงเขา ไม่มีแสงสว่าง ผู้ใช้รถมักจะหลับในทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

9.ทางหลวงหมายเลข 125 เสี่ยงเมืองสุโขทัย-ตาก ระหว่าง กม.26-27 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย เป็นทางโค้งมีเกาะกลางถนน

10.ทาง หลวงหมายเลข 348 กม.42-43 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เป็นทางโค้งซ้ายและโค้งขวา รูปตัวเอส มีเส้นปะให้แซงในช่วงกลางตัวเอส

 สนับสนุนภาพและเนื้อหา : matichon

Read More...


4 ข้อเลี่ยงตำรวจ..ตรวจจับความเร็ว

                ทุกวันนี้รถยนต์ มีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ทำให้เรามีความปลอดภัยมากขึ้น ขับได้มั่นใจมากขึ้น และเช่นเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเร็วขึ้นด้วย ไปพร้อมกัน และนั่นทำให้หลายคนอาจจะถึงกับหัวเสียเมื่อพบว่าคุณสามารถโดนจับปรับเอาได้ดื้อๆ หากขับเร็วเกินกฏหมายกำหนด
                อย่าหาว่าเราชี้โพรงให้กระรอก แต่ด้วยความไม่สัมพันธ์กันระหว่างเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและกฏหมายที่คร่ำครึ ย่อมเป็นประเด็นที่ทำให้เราอดนึกไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ขับรถต้อง ระแวงว่าตำรวจจะมาจับเมื่อไร เพราะเผลอแค่แปปเดียว ความเร็วก็ปาไป 100 ก.ม./ช.ม. ได้ง่ายๆ รถบางคันเร่ง  0-100 ในเวลาเพียง 3 วินาที หรืออย่างอีโค่คาร์ก็ยังทำได้ใน 20 วินาทีโดยประมาณ ก็ไม่แปลกที่จะทำให้คุณมีสิทธิ์ทำผิดกฏหมายมากขึ้น


                อย่างที่บอกเราไม่ได้แนะนำให้คุณขึ้น ทำดกฏหมายมากขึ้น แต่ บางครั้งสำหรับบางคนหรืออาจจะหลายๆคน มันก็จำเป็นและลองดูวิธีเลี่ยงตำรวจตรวจจับความเร็ว ว่าคุณจะมีวิธีการอย่างไร

1.       รู้จักกฏหมาย  ก่อนคุณจะแหกกฏต้องรู้จักลิมิตหรือกฏก่อนว่า ความเร็วตามกฏหมายที่จริงนั้นขับได้เท่าไรกันแน่ ที่จริงควยามเร็วตามกฏหมายกำหนดนั้มีอยู่ในกฏหมายยู่แล้วและชัดเจน แต่ถาอ่านประมวลเล่มหนาไม่รู้เรื่องก็ให้รู้เอาไว้ว่าตามกฏหมายแล้ว ในเขตเมืองนั้นสามารถขับได้เพียง  80  ก.ม./ช.ม. และนอกเมือง ทางด่วน และทางพิเศษนั้นคุณจะขับได้เพียง 120 ก.ม./ช.ม.
2.       รู้จักพฤติกรรมตำรวจ "รู้เขารู้เรา...รบ100ครั้ง  ชนะ100 ครั้ง" ปรัชญาทีเราน่าจะเคยได้ยินกันมาบ่อยครั้งมากมายว่า จะทำอย่างไรให้ชนะ แน่นอนคุรต้องรู้จักคนที่จะมาจับคุณไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นพฤติกรรมเช่นลักษณะ การสกัดจับ เส้นทางที่สกัดจับ การตั้งด่าน หรือบางครั้งพวกเขาอาจจะเพียงตั้งเครื่องมือไว้แล้วส่งบิลเก็บเงินพร้อภาพ ถ่ายถึงบ้าน ไม่ว่ายังไง  คุณสามารถเลี่ยงได้เพียงคนข้อมูล ถามอากู๋ หรือผู้ใช้ทางถ้าคุณไม่ได้ขับประจำบนเส้นทางนั้น รู้ไว้ใช่ว่าก็เลี่ยงได้

3.       สังเกต ... เชื่อหรือไม่ว่าความเป็นคนสังเกตจะทำให้คุณรอดได้ การเรียนรู้ที่จะมองไกล หรือ มองรถตรงข้ามที่สวนมา อาจจะบอกใบ้ได้ เช่นมีการกระพริบไฟ หรือ ในช่วงบริเวณนั้นรถก็ขับช้ากันเยอะแยะ จนผิดสังเกต ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ จะเป้นตัวบอกที่ดีว่า ข้างหน้าจะมีพี่ตั้มรอคุณอยู่หรือไม่
4.       ขับให้ปกติที่สุด คนขับรถเร็วมักมีปัญหาข้อหนึ่ง คือเมื่อคุณเร็วแล้วคุณมักจะรน ไม่ใช่ทุกคนที่คุ้นกับความเร้วนัก โดยเฉพาะการขับเร็วบนถนน  ยิ่งน้อยราย บางคนขับรถเร็วบ่อยจริง แต่ก็ขับแบบไม่ได้คิด ทั้งที่ความจริงแล้วการใช้ความเร็วสามารถทำให้เหมือนปกติได้ เช่นคุณเปลี่ยนเลนเนียน อะไรแบบนี้ รือ เบรกไม่กระทันหันเกินไป แล้วคุณจะรู้ว่าการใช้ความเร็วนั้นเป็นไปได้

แม้จะเป็นเพียงพื้นฐานทั่วไปที่ หลายคนอาจจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกเราไม่ได้สนับสนุนให้คนทำผิดกฏหมาย แต่บางครั้งถ้าจำเป็นคุณต้องรู้ว่าควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้การใช้ความเร็วมาเสียเวลาเปล่ากับพี่ ตั้ม



เรื่องโดย ดินน้ำมัน 

credit by : http://auto.sanook.com/5396/4-ข้อเลี่ยงตำรวจ..ตรวจจับความเร็ว/

Read More...





ปรับปรุง
รายการบทความทั้งหมด



การบำรุงรักษารถยนต์เบื้องต้น



ร้านค้าเคลื่อนที่ ใช้ รถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง



รวมบทความอาชีพ เสริม หลากไอเดียวิธีหารายได้เสริม



รวมบทความงานฝีมือ-สิ่งประดิษฐ์ รายได้เสริม



ทองม้วน thong muan ; rolled wafer






ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking
เพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา
จึงเพิ่มระยะเวลาการเปิดเป็น 7 วันต่อสัปดาห์และเปิดให้บริการตั้งแต่ 08:00 – 17:00 น
การนัดหมาย ทำได้หลายวิธี เลือกวิธีใด วิธีหนื่ง
1.โทรศัพท์เพื่อทำการนัดหมาย : 035880-777-81 ,035922-900-4
2.line เพื่อทำการนัดหมาย ID Line : fordayutthaya
3.ผ่านระบบออนไลท์ Ford Ayutthaya Online booking : คลิ้กที่นี้

ศูนย์บริการฟอร์ด พลปิยะอยุธยา ยินดีบริการตรวจเช็ครถฟอร์ดทุกรุ่นจากทุกโชว์รูมทั่วประเทศ
189 หมู่ 5 ต. บ้านกรด อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา 13160


แนะนำสินค้าใหม่

f2860c27e794a8ab974509f10c43b165.jpg


Page-1 Page-2 Page-3


ติดต่อมสอบถามรายละเอียดรถยนต์ฟอร์ดและอะไหล่ฟอร์ดทุกรุ่นผ่านระบบออนไลท์
- Contact : http://bit.ly/2vn9tdT
- Line : https://line.me/ti/g2/CBLBTBKCRE
- My Shop : http://bit.ly/2NX81rl
- Blog : http://bit.ly/2GhrdMG
- Market Online : http://bit.ly/2Kqe2en
- Facebook Fanpage : http://bit.ly/2NUxC44

รายละเอียดรถฟอร์ดและอื่น ๆ ...
https://sites.google.com/view/ranger-ford/
https://sites.google.com/view/raptor-ford/
https://sites.google.com/view/everest-ford/
https://sites.google.com/view/service-appointment/
https://sites.google.com/view/maintenance-costs/




























































เลือกช่องทางติดต่อและรับข่าวสารบริการหลังการขาย
ฟอร์ด พลปิยะอยุธยาและฟอร์ด พลปิยะวังน้อย

--------------------------------------------------------------------------------------------

Facebook Fanpage Ford Ayutthaya

Ford Ayutthaya Online Market

สอบถามรายละเอียดรถฟอร์ด - อะไหล่ฟอร์ด

 
...
วิธีบำรุงรักษารถยนต์,แนะนำการดูแลรถยนต์ป้ายแดงและรถมือสองให้ถูกวิธี,autopart,parts accessories,car accessories,auto accessories,parts category บล๊อกจัดทำขึ้นเป็นวิทยาทานเพื่อเผยแผ่ความรู้อันจะเป็นไปเพื่อบุญกุศล ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในบทความของบล๊อกนี้ จงได้รับอานิสงฆ์ด้วยเทอญ.